รองนายกสุชาติ ประชุมด่วนคดีรุกป่าปากเตรียมระนอง

รองนายกสุชาติ ประชุมด่วน ตามคดีรุกป่าปากเตรียม จ.ระนอง เร่งดำเนินคดีผู้กระทำผิด เป็นข่าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ปัญหาการบุกรุกป่าเป็นประเด็นเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางอาหารในอนาคต การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งกระทบพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ใน จ.ระนอง

รองนายกสุชาติ ประชุมด่วน ตามคดีรุกป่าปากเตรียม จ.ระนอง

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานการประชุมหารือติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ในท้องที่หมู่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง การประชุมจัดขึ้นที่ห้องประชุมชั้น 20 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมสำคัญ เช่น พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทส. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทส. และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมได้รับรายงานว่ามีการออก น.ส.3 ก. จำนวน 105 ฉบับ พื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ระหว่างปี พ.ศ. 2532 ถึง 2553 โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าภูเขาและยังคงสภาพป่าเดิม ทำให้เกิดคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของเอกสารเหล่านี้

สั่งการเร่งด่วนหลังรองนายกสุชาติ ประชุมด่วน ตามคดีรุกป่าปากเตรียม จ.ระนอง

นายสุชาติ สั่งการให้ดร.รวีวรรณ ภูริเดช แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับ ติดตาม และให้คำปรึกษา เพื่อเร่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ทั้งหมดให้เสร็จโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังกำชับชุดปฏิบัติการพิเศษ “พยัคฆ์ไพร” และ “พญาเสือ” ให้บูรณาการกับหน่วยงานระดับชาติ เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขยายผลไปยังขบวนการบุกรุกและออกเอกสารโดยมิชอบ

  • มอบหมายกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจพิสูจน์สิทธิด้วยภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังปี 2532-2553 หากเป็นป่าสมบู้น จะใช้โต้แย้งและดำเนินคดี
  • ประสานกรมที่ดินใช้มาตรา 61 ประมวลกฎหมายที่ดิน เพิกถอน น.ส.3 ก. 105 ฉบับ และตรวจสอบเจ้าหน้าที่ทั้งทางวินัยและอาญา
  • กรมป่าไม้ยื่นศาลปกครองขอมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ระงับการใช้ประโยชน์ และฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย

ปัญหาการรุกป่าปากเตรียม จ.ระนอง ไม่ใช่เคสเดี่ยว แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ทั่วประเทศ การบุกรุกป่าทำให้เกิดน้ำท่วม ดินถล่ม และสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ รัฐบาลจึงต้องลงมือเด็ดขาดเพื่อรักษาป่าไม้ซึ่งเป็นปอดของชาติ

เป้าหมายนำป่ากลับคืนสู่รัฐ

นายสุชาติ ย้ำว่าหมายสำคัญคือการนำพื้นที่ป่ากลับคืนรัฐอย่างถูกต้อง หากเอกสารออกมิชอบจะเพิกถอนทั้งหมด ผู้เกี่ยวข้องรับผิดทั้งแพ่งและอาญา กระทรวงทส. จะบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อยุติการบุกรุกและสร้างความยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้แสดงถึงความจริงจังของรัฐบาลในการต่อสู้ทุจริตด้านที่ดินป่าไม้ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นแก้ปัญหายั่งยืน ผู้ประกอบการและประชาชนควรตระหนักถึงกฎหมาย หากพบการบุกรุกแจ้งเบาะแสได้ที่หน่วยงานทส. เพื่อร่วมปกป้องทรัพยากรชาติ

สุดท้าย การดำเนินคดีรุกป่าปากเตรียมจะเป็นตัวอย่างให้เห็นว่ารัฐไม่ยอมให้ทรัพยากรธรรมชาติถูกแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ติดตามความคืบหน้าและแชร์ข่าวนี้เพื่อสร้างความตระหนักร่วมกัน

ที่มา – รองนายกสุชาติ ประชุมด่วน ตามคดีรุกป่าปากเตรียม จ.ระนอง เร่งดำเนินคดีผู้กระทำผิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *