รวบ 9 ผู้ต้องหา ลักลอบซื้อขายซากสัตว์ป่า งาช้าง-เขี้ยวพะยูน
ข่าวใหญ่ในวงการอนุรักษ์สัตว์ป่า เมื่อเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินปฏิบัติการพิเศษชื่อ คชาฆาตปิดปลายงา หรือ Operation Broken Ivory ทลายเครือข่ายลักลอบซื้อขายซากสัตว์ป่าข้ามชาติ โดยเฉพาะรวบ 9 ผู้ต้องหา ลักลอบซื้อขายซากสัตว์ป่า งาช้าง-เขี้ยวพะยูน พร้อมยึดของกลางน้ำหนักรวมกว่า 250 กิโลกรัม มูลค่าการเกือบ 10 ล้านบาท
รวบ 9 ผู้ต้องหา ลักลอบซื้อขายซากสัตว์ป่า งาช้าง-เขี้ยวพะยูน
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ กก.5 บก.ปทส. ที่พบกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “เขี้ยวงา เครื่องรางจากสัตว์” ซึ่งเป็นแหล่งค้าขายงาช้างและเขี้ยวพะยูนผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ปลอมตัวติดต่อซื้อของเพื่อตรวจพิสูจน์ พบว่าเป็นงาช้างสายพันธุ์แอฟริกาล้วนๆ เครือข่ายนี้เพิ่งเริ่มต้นแค่ 1 ปี แต่เงินหมุนเวียนถึง 10 ล้านบาท โดยนำเข้าจากแอฟริกาผ่านเวียดนาม แล้วลักลอบเข้าประเทศไทยทางริมฝั่งแม่น้ำโขง ใช้แรงงานชาวเวียดนามในไทยเป็นตัวกลาง
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่บุกจับผู้ต้องหาตามหมายจับ 9 ราย ใน 7 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร อุทัยธานี กำแพงเพชร ชุมพร สงขลา ชลบุรี และจันทบุรี รายชื่อผู้ต้องหามีดังนี้:
- น.ส.จินตนา อายุ 52 ปี จ.สมุทรสาคร
- น.ส.ปณิตา อายุ 42 ปี จ.สมุทรสาคร
- น.ส.สุดารัตน์ อายุ 50 ปี จ.สมุทรสาคร
- นายวังศักดา อายุ 42 ปี จ.อุทัยธานี
- นายนิพัฒน์ อายุ 31 ปี จ.กำแพงเพชร
- นายทวีศักดิ์ อายุ 41 ปี จ.สงขลา
- นายวรพงศ์ อายุ 51 ปี จ.สงขลา
- นายอัมพร อายุ 49 ปี จ.ชลบุรี
- นายบุญส่ง อายุ 54 ปี จ.จันทบุรี
ของกลางที่ยึดได้จากการตรวจค้น 11 จุด
หลังจับผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตรวจค้น 11 จุดใน 7 จังหวัด ยึดของกลาง 13 รายการ มูลค่ารวม 9.9 ล้านบาท โดยงาช้างและชิ้นส่วนคิดเป็น 7.5 ล้าน มีดด้ามงาช้าง 2.4 ล้าน รายการของกลางหลักๆ ได้แก่:
- งาช้างแบบท่อน 140 กก.
- งาช้างหั่นชิ้น 40 กก.
- สร้อยลูกประคำงาช้าง 7 กก.
- สร้อยพระงาช้าง 5 กก.
- ลูกประคำ 2 กก.
- ผงงาช้าง 5 กก.
- กำไลและหัวเข็มขัด 1 กก.
- งาช้างอัดเรซิ่น 50 กก.
- มีดงาช้าง/มีดเขากวาง 160 ด้าม
- ชิ้นส่วนหางกระเบน 2 กก.
- เครื่องมือตัดหั่น 20 เครื่อง
- ตาชั่ง 5 เครื่อง
- ซากเต่ากระ 1 ตัว
ผู้ต้องหาทั้ง 9 รายให้การรับสารภาพหมด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ขยายผลสืบเครือข่ายชาวเวียดนามและเส้นทางนำเข้า งาช้างเหล่านี้ถูกแปรรูปเป็นเครื่องราง ของมงคล เช่น มีด ลูกประคำ พระพุทธรูป ขายให้คนไทยที่เชื่อในพุทธคุณ แต่ต้องรู้ว่าผิดกฎหมาย พระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 ห้ามครอบครอง ซื้อขายงาช้างแอฟริกา ยกเว้นงาช้างบ้านที่ได้ถูกกฎหมายเท่านั้น
ผลการจับกุมจะรายงานไปยังอนุสัญญา CITES ที่เจนีวา แสดงความเข้มข้นของไทยในการปราบปราม ของกลางจะเก็บที่กรมอุทยานฯ จนคดีสิ้นสุด แล้วทำลายต่อไป
การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงทำลายประชากรช้างแอฟริกาที่ใกล้สูญพันธุ์ แต่ยังกระทบระบบนิเวศโลก การค้าซากสัตว์ป่าออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องร่วมมือปราบปราม หากคุณพบเห็นการลักลอบ แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ที่สายด่วน 191 หรือ บก.ปทส. เพื่อช่วยปกป้องสัตว์ป่าของเรา ร่วมกันหยุดยั้งอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมวันนี้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ที่มา – รวบ 9 ผู้ต้องหา ลักลอบซื้อขายซากสัตว์ป่า งาช้าง-เขี้ยวพะยูน ยึดของกลางมูลค่าเกือบ 10 ล้าน