รวบไอ้ตี๋ มือยิงหนุ่มหน้าโรงงาน เปิดใจคดี
รวบไอ้ตี๋ มือยิงหนุ่มหน้าโรงงาน หลังเกิดเหตุยิงชายหนุ่มเสียชีวิตบริเวณหน้าโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมแฟคตอรีแลนด์ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยตำรวจใช้เวลาติดตามไม่นาน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ผู้เสียชีวิตคือ นายธนบดี อายุ 24 ปี ขี่รถจักรยานยนต์มารอรับหญิงสาวคนหนึ่งหลังเลิกงานบริเวณหน้าโรงงาน ระหว่างนั้นนายวทัญญู หรือ “ตี๋” อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นอดีตคนรักของฝ่ายหญิง ได้เดินทางมายังบริเวณเดียวกัน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงใส่นายธนบดีจำนวน 3 นัด แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
รวบไอ้ตี๋ มือยิงหนุ่มหน้าโรงงาน หลังตำรวจเร่งติดตาม
ล่าสุด ชุดสืบสวนจาก สภ.วังน้อย ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง และ สภ.เมืองอ่างทอง ร่วมกันติดตามเบาะแสของผู้ก่อเหตุ กระทั่งพบว่านายวทัญญูพักอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่งใกล้กับเจดีย์วัดสามปลื้ม ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวและนำมาสอบสวนที่ สภ.วังน้อย
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ สอบถามพยาน และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานช่วยกันประสานงานจนสามารถติดตามตัวผู้ต้องสงสัยได้ในเวลาไม่นาน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ
คำให้การของผู้ต้องสงสัยในคดีรวบไอ้ตี๋ มือยิงหนุ่มหน้าโรงงาน
พ.ต.อ.กันต์ระพี ศรีประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.วังน้อย เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวทัญญูให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยและพยายามสานสัมพันธ์กับหญิงสาวนามสมมติว่า น.ส.เอ เป็นเวลาประมาณ 1 ปี โดยอ้างว่าได้ดูแลช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายและให้เงินใช้เป็นจำนวนมาก รวมแล้วหลายแสนบาท อย่างไรก็ตาม ฝ่ายหญิงไม่ได้ตอบรับความสัมพันธ์ในลักษณะคนรัก และมองว่าผู้ต้องสงสัยเป็นเพียงคนคุยคนหนึ่ง
นายวทัญญูให้สัมภาษณ์ในเบื้องต้นว่า ไม่ขอพูดถึงผู้เสียชีวิตและไม่ขอโทษ พร้อมยอมรับว่าลงมือเพราะความโกรธแค้น โดยเล่าว่าเดินทางไปบริเวณหน้าโรงงานเป็นประจำเพื่อพบหญิงสาว เมื่อวันเกิดเหตุเห็นหญิงสาวเดินเข้าไปหาผู้เสียชีวิต จึงเกิดความโมโหและตัดสินใจก่อเหตุ ทั้งนี้ คำให้การดังกล่าวเป็นข้อมูลจากฝ่ายผู้ต้องสงสัย ตำรวจยังต้องตรวจสอบกับพยานหลักฐานและคำให้การของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป
- ผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 24 ปี เดินทางไปรอรับหญิงสาวหลังเลิกงาน
- ผู้ต้องสงสัยเป็นชายอายุ 38 ปี และถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธปืนยิง 3 นัด
- ตำรวจหลายหน่วยงานร่วมกันติดตามตัวผู้ต้องสงสัยจนพบที่ห้องพักใกล้เจดีย์วัดสามปลื้ม
- เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนและรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี
ประเด็นอาวุธปืนและความโกรธที่ต้องตรวจสอบ
สำหรับอาวุธปืน ผู้ต้องสงสัยอ้างว่าพกติดตัวอยู่เป็นประจำ หลังจากน้องชายเสียชีวิตในช่วงต้นปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบว่าอาวุธดังกล่าวเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ในเหตุการณ์หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบใบอนุญาต การครอบครอง และรายละเอียดทางนิติวิทยาศาสตร์อื่น ๆ เพื่อให้คดีมีความชัดเจน
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความรู้สึกหึงหวง ความคาดหวังในความสัมพันธ์ และความโกรธที่ควบคุมไม่ได้ อาจนำไปสู่ความสูญเสียร้ายแรงได้ แม้ผู้ก่อเหตุจะอ้างว่าทุ่มเทดูแลหรือช่วยเหลืออีกฝ่ายมากเพียงใด แต่ความสัมพันธ์ไม่สามารถบังคับให้ใครตอบรับได้ การไม่ยอมรับการปฏิเสธและการพกอาวุธติดตัวอาจเพิ่มความเสี่ยงให้สถานการณ์บานปลาย
หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามกระบวนการ ทั้งการสอบปากคำผู้ต้องสงสัย สอบพยาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และส่งหลักฐานที่จำเป็นให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ ก่อนพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ผู้ต้องสงสัยยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ข้อคิดจากคดีนี้ คือเมื่อความสัมพันธ์ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง ควรถอยออกจากสถานการณ์และขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ตัวหรือเจ้าหน้าที่ แทนการเผชิญหน้าโดยใช้อารมณ์และอาวุธ เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นอาจไม่สามารถแก้ไขได้อีก ขอให้ติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเคารพสิทธิของทุกฝ่ายในระหว่างกระบวนการยุติธรรม
ที่มา – รวบ ‘ไอ้ตี๋’ มือยิงหนุ่มหน้าโรงงาน เปิดใจทุ่มเทแทบตายสาวยังไม่ยอมเป็นแฟน