รมว.ยุติธรรม ตั้ง ดีเอสไอ ร่วมสืบสวนคดีคุกวีไอพี

ความคืบหน้าล่าสุดคดีอื้อฉาว รมว.ยุติธรรม ตั้ง ดีเอสไอ ร่วมสืบสวนคดีคุกวีไอพี หลังพบวงจรปิดถูกลบ แต่กู้คืนได้บางส่วน เผยในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีกลุ่มจีนเทากว่า 200 คน

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องคุก VIP เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมามีการประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงยุติธรรม รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้นโดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์

เบื้องต้น คณะกรรมการได้มีการสอบสวนไปแล้วส่วนหนึ่ง คือเรื่องของผู้หญิงที่เข้ามาในพื้นที่เขตราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ

โดยได้พิจารณาสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ “ดีเอสไอ” ร่วมในการสอบสวนคดีนี้ โดยจะตั้งเป็นคดีสืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินต่าง ๆ ร่วมกับทาง ป.ป.ง. เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น. จะลงพื้นที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อดูรายละเอียดทั้งหมด

เรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความเสื่อมเสียให้กับหน่วยงานเป็นอย่างมาก ส่วนสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ในส่วนของเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯมีจำนวน 300 คน หลังจากนี้จะพยายามคัดกรองว่ามีใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีกลุ่มจีนเทา 200 คน ซึ่งรู้ตัวแล้ว 2 คน ที่ก่อเหตุขึ้นแต่ยังไม่ทราบละเอียดเชิงลึกว่าเป็นผู้ต้องหาคดีใด แดนไหน แต่หลังจากลงพื้นที่พรุ่งนี้คาดว่าจะสามารถตอบได้ว่าเป็นผู้ต้องหาคดีอะไรและอยู่แดนไหนโดยจะพิสูจน์ทราบให้เร็วที่สุด

ภาพรวมคดีตอนนี้ มีผู้ต้องหาชายชาวจีนจำนวน 2 คน ส่วนเจ้าหน้าที่เบื้องต้น 7 คน ตั้งแต่ประตูทางเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ โดยจุดเกิดเหตุเป็นห้องผู้คุมที่ดัดแปลงสภาพ มีประตูกั้นลักษณะคล้ายกับห้องรับรองเรือนจำทั่วไปไม่ใช่ห้อง ผบ.เรือนจำฯ แต่อย่างใด ส่วนจะมีการนำหญิงสาวเข้าไปกี่ครั้งแล้วนั้นอยู่ระหว่างการสืบสวน ในส่วนของสายลับที่เข้าร่วมในการปฏิบัติการตอนนี้ยังปลอดภัยดี

ในส่วนของกล้องวงจรปิด พบว่าบางส่วนถูกลบทิ้ง แต่สามารถกู้ได้แล้วบางส่วน ทำให้มีหลักฐานพอสมควรว่ามีผู้ต้องขังเดินอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสิทธิอยู่ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบเป็นส่วน ๆ ไป

สำหรับเส้นทางที่หญิงสาวชาวจีน 2 คน ใช้เข้ามาภายในเรือนจำนั้น เป็นเส้นทางปกติ ซึ่งคาดว่ามีเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำพาเข้าไป จากการสอบปากคำเบื้องต้นหญิงสาวชาวจีนทั้ง 2 คน ให้การว่ามาพบเจ้าหน้าที่ แต่ปฏิเสธเรื่องของพฤติกรรมอื่น ๆ ภายในห้อง เมื่อถามว่าเต็มใจหรือรู้ไหมว่าเข้ามาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนตัวเชื่อว่าทั้งคู่รู้และเต็มใจ เบื้องต้นได้ทำประวัติและตรวจดูพาสปอร์ตเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะส่งตัวกลับประเทศแล้วหรือไม่นั้นขอเวลาตรวจสอบ แต่ในส่วนของผู้ต้องขังชายนั้นได้ดำเนินการย้ายเรือนจำแล้วแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าไปที่เรือนจำใด

รมว.ยุติธรรม ตั้ง ดีเอสไอ ร่วมสืบสวนคดีคุกวีไอพี

จากกรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับมาตรฐานการควบคุมและดูแลผู้ต้องขังภายในเรือนจำ รวมไปถึงความโปร่งใสในการทำงานของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่ง รมว.ยุติธรรม ตั้ง ดีเอสไอ ร่วมสืบสวนคดีคุกวีไอพี ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ

ดีเอสไอร่วมสืบสวนคดีคุกวีไอพี

การที่ รมว.ยุติธรรม ตั้ง ดีเอสไอ ร่วมสืบสวนคดีคุกวีไอพี แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหา และต้องการที่จะให้ความจริงปรากฏต่อสาธารณชน ซึ่งการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนและรวบรวมหลักฐาน

คดีนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบและควบคุมภายในองค์กร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การปรับปรุงระบบการทำงาน การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบประวัติเจ้าหน้าที่ และการสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

ความโปร่งใสและความยุติธรรมเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังจากหน่วยงานภาครัฐ การเปิดเผยข้อมูลและผลการสืบสวนให้ประชาชนได้รับทราบ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

ที่มา – รมว.ยุติธรรม ตั้ง ดีเอสไอ ร่วมสืบสวนคดีคุกวีไอพี เผยเรือนจำมีจีนเทากว่า 200 คน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *