รมว.ต่างประเทศ G7 ผนึกกำลังหนุนยูเครน ท่ามรอยร้าวสหรัฐยุโรป

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโลกข่าวการเมืองระหว่างประเทศ! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับประเด็นร้อน รมว.ต่างประเทศ G7 ผนึกกำลังหนุนยูเครน เพื่อรับมือภัยมั่นคงโลก ท่ามกลางรอยร้าวระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปที่กำลังตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ นะครับ การประชุมล่าสุดนี้นับเป็นสัญญาณบวกท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ปั่นป่วนสุดๆ
รมว.ต่างประเทศ G7 ผนึกกำลังหนุนยูเครน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกลุ่ม G7 ได้รวมตัวกันในการประชุมนอกรอบเวทีความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference) ที่เยอรมนี เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา โดยบรรลุข้อตกลงสำคัญในการประสานงานเพื่อสร้างสันติภาพในยูเครนและรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงระดับโลก
นี่เป็นการพบปะครั้งแรกหลังฝรั่งเศสรับบทประธาน G7 ปีนี้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ข้ามแอตแลนติกที่สั่นคลอน จากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ผลักดันแผนซื้อเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก สมาชิกนาโต้ ซึ่งถูกฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรต่อต้านอย่างดุเดือด
จุดยืนเด็ดขาดต่อวิกฤตยูเครน
โทชิมิตสึ โมเตกิ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวกับสื่อว่า “รมว.ต่างประเทศ G7 ผนึกกำลังหนุนยูเครน โดยยืนยันจุดยืนสอดคล้องกันเพื่อสันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืน” อันดรีย์ ซือบีฮา รมว.ยูเครนก็เข้าร่วมด้วย ญี่ปุ่นยังชี้แจงความช่วยเหลือด้านพลังงานและอื่นๆ ให้ยูเครนที่ถูกรัสเซียบุกตั้งแต่ปี 2565
การสนับสนุนนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการลงมือจริง เพื่อช่วยยูเครนให้ฟื้นตัวและป้องกันการรุกรานในอนาคต
รับมือภัยมั่นคงโลกและรอยร้าวสหรัฐฯ-ยุโรป
นอกจากยูเครน G7 ยังหารือเรื่องกระชับความร่วมมือกับชาติพันธมิตร เพื่อเสริมความยืดหยุ่นห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะแร่ธาตุสำคัญและแร่หายาก ที่โลกพึ่งพาจีนมากเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ชิปคอมพิวเตอร์และรถ EV
กลุ่ม G7 ประกอบด้วย:
- สหรัฐอเมริกา
- สหราชอาณาจักร
- แคนาดา
- ฝรั่งเศส
- เยอรมนี
- อิตาลี
- ญี่ปุ่น
พร้อมตัวแทน EU และสุพราหมัณยัม ชัยศังกร รมว.อินเดีย เพื่อขยายเครือข่ายสู่ Global South มาร์โก รูบิโอ รมว.สหรัฐฯ ย้ำความมุ่งมั่นยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน และภัยในอินโด-แปซิฟิก
ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก
โมเตกิเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดการพึ่งพาจีน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคง โดย G7 วางแผนกระจายแหล่งแร่ใหม่ๆ จากชาติพันธมิตร นี่เป็นกลยุทธ์สำคัญในยุคที่เทคโนโลยีเป็นอาวุธหลัก
ส่วนรอยร้าวสหรัฐฯ-ยุโรปจากเรื่องกรีนแลนด์ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาความเป็นเอกภาพ แม้ทรัมป์จะผลักดันนโยบาย America First แต่ G7 ยังคงยึดมั่นพันธมิตรนาโต้
ปีที่แล้ว G7 ก็ประชุมคล้ายกัน และออกแถลงการณ์หนุนยูเครนที่เข้มแข็ง พร้อมภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและมั่นคง
การประชุมครั้งนี้สะท้อนว่า แม้จะมีรอยร้าว แต่ G7 ยังคงเป็นแกนนำรับมือวิกฤตโลกได้ดี คุณคิดว่าสหรัฐฯ กับยุโรปจะปรองดองกันได้ไหม? หรือไทยเราควรปรับตัวอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่อไม่พลาดข่าวอัปเดตสำคัญนะครับ!
ที่มา – รมว.ต่างประเทศ G7 ผนึกกำลังหนุนยูเครน-รับมือภัยมั่นคงโลก ท่ามกลางรอยร้าวสหรัฐฯ-ยุโรป