รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เยือนเวียดนาม คุยดีลอาวุธ
พีท เฮกเซ็ธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เดินทางถึงเวียดนามและกล่าวขณะเยือนกรุงฮานอยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการยกระดับความร่วมมือทางทหารกับเวียดนามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเขามีกำหนดเข้าพบผู้นำระดับสูงของเวียดนามในการเดินทางเยือนครั้งนี้
รายงานข่าวระบุว่า รมว.กลาโหมสหรัฐฯ มีกำหนดพบกับเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ประธานาธิบดีเวียดนาม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเวียดนาม
ทั้งนี้ เวียดนามพึ่งพาอาวุธจากรัสเซียมานาน และได้พยายามหาทางกระจายแหล่งอาวุธมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยการเจรจากับสหรัฐฯ ได้รับแรงผลักดันอย่างมากในช่วงรัฐบาลไบเดน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการใด ๆ ออกมา
ก่อนการเยือนเวียดนามของ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ในครั้งนี้ หลายฝ่ายคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ในการเจรจาข้อตกลงด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ที่น่าสนใจระหว่างสองประเทศ
รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยก่อนเข้าพบ พลเอก ฟาน วัน ซาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเวียดนามว่า ความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับเวียดนามที่ผ่านมา มีทั้งการส่งมอบเรือตรวจการณ์ 3 ลำให้แก่หน่วยยามฝั่งเวียดนาม และเครื่องบินฝึก T-6 จำนวน 3 ลำ จากคำสั่งซื้อทั้งหมด 12 ลำ
นายเฮกเซ็ธกล่าวว่า “สหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะสานต่อและขยายโครงการเหล่านี้” พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ สนับสนุนให้เวียดนามเป็นประเทศที่เข้มแข็งและมีอิสระ โดยความร่วมมือที่ลึกซึ้งขึ้นจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ
วาระการประชุมหลักน่าจะเน้นไปที่การหารือเรื่องการจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ โดยอาจมีการหารือเกี่ยวกับเครื่องบินลำเลียงทางทหาร Lockheed Martin C-130 Hercules และอาจมีการพูดคุยเรื่องการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ด้วย โดยเฉพาะ Lockheed Martin S-92 และ Boeing Chinook
รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เยือนเวียดนาม คาดคุยดีลอาวุธ-เครื่องบินลำเลียง-เฮลิคอปเตอร์
การเดินทางเยือนเวียดนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสองประเทศ และเป็นโอกาสอันดีที่เวียดนามจะได้พิจารณาแหล่งจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมจากสหรัฐฯ
ความสำคัญของการเยือนเวียดนาม
- เสริมสร้างความร่วมมือทางทหาร: การเยือนครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับเวียดนาม
- กระจายแหล่งอาวุธ: เวียดนามมีความต้องการที่จะลดการพึ่งพาอาวุธจากรัสเซีย และการเจรจากับสหรัฐฯ เป็นโอกาสที่ดีในการจัดหาอาวุธจากแหล่งอื่น
- ผลประโยชน์ร่วมกัน: ความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ เช่น การเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของเวียดนาม และการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค
ประเด็นสำคัญในการหารือ: ดีลอาวุธที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
การหารือเรื่องการจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ คาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญในการประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
- เครื่องบินลำเลียงทางทหาร Lockheed Martin C-130 Hercules: เป็นเครื่องบินลำเลียงที่มีประสิทธิภาพและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
- เฮลิคอปเตอร์ Lockheed Martin S-92 และ Boeing Chinook: เป็นเฮลิคอปเตอร์ที่มีสมรรถนะสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในหลากหลายภารกิจ
นอกเหนือจากประเด็นเรื่องอาวุธแล้ว การหารืออาจครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านอื่น ๆ เช่น การฝึกอบรมบุคลากรทางทหาร การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหาร
การที่ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เยือนเวียดนาม และมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการซื้อขายอาวุธนั้น แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างสองประเทศ และเป็นการส่งสัญญาณถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การที่เวียดนามให้ความสนใจในการจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะปรับปรุงกองทัพของตนให้ทันสมัย และลดการพึ่งพาอาวุธจากรัสเซีย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่มีต่อรัสเซีย และความต้องการที่จะสร้างสมดุลทางอำนาจในภูมิภาค
โดยภาพรวมแล้ว การเยือนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนาม และอาจนำไปสู่ข้อตกลงที่สำคัญในอนาคตอันใกล้นี้ จับตาดูความคืบหน้าของการเจรจา รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เยือนเวียดนาม คาดคุยดีลอาวุธ-เครื่องบินลำเลียง-เฮลิคอปเตอร์ กันต่อไป!
ที่มา – รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เยือนเวียดนาม คาดคุยดีลอาวุธ-เครื่องบินลำเลียง-เฮลิคอปเตอร์