รฟท. ตั้งกรรมการสอบเครนถล่ม 15 วันรู้ผล!

รฟท. ตั้งกรรมการสอบเครนถล่ม 15 วันรู้ผล! เล็งขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาหากพบผิดร้ายแรง มีประกันเงินเยียวยารายละ 1 ล้านบาท ย้ำจะเรียกค่าเสียหายที่ทำให้กระทบภาพลักษณ์แน่นอน

จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี บริเวณช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น–สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ในฐานะรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว

นายอนันต์ กล่าวว่า นอกเหนือจากการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยกระทรวงคมนาคมแล้ว ทาง รฟท. เองก็ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุอันตรายภายในองค์กร เพื่อพิจารณารายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถี่ถ้วน

โดยการสอบสวนจะมุ่งเน้นการตรวจสอบว่าขณะเกิดเหตุโครงสร้างหรืออุปกรณ์อยู่ระหว่างการเคลื่อนย้าย หรือเป็นการติดตั้งแล้วแต่เกิดการหลุดหรือเคลื่อนตัวภายหลัง รวมถึงตรวจสอบขั้นตอนการยึดล็อกและมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างรอบด้านและโปร่งใส รฟท. ได้เชิญหน่วยงานอิสระด้านวิศวกรรม เช่น วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และสภาวิศวกร เข้าร่วมตรวจสอบด้วย คาดว่าจะสามารถสรุปผลการสอบสวนได้ภายใน 15 วัน และขอย้ำว่าการตรวจสอบครั้งนี้จะไม่จำกัดเฉพาะ ITD เท่านั้น แต่จะครอบคลุมทุกโครงการและผู้รับเหมาที่มีลักษณะงานก่อสร้างคร่อมทางรถไฟ เพื่อทบทวนจุดเสี่ยงทั้งหมด

ความซับซ้อนของการก่อสร้าง

นายอนันต์กล่าวว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ รฟท. ทำสัญญากับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD มีทั้งหมด 3 สัญญาจาก 10 สัญญา โดยสัญญาที่ 3–4 ช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด อยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้าง และยังเป็นไปตามแผน ขณะที่อีก 2 สัญญาที่ ITD รับผิดชอบ รฟท.จะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลทุกขั้นตอน

นายอนันต์ยอมรับว่าสัญญาที่ 3–4 เป็นงานก่อสร้างที่มีความซับซ้อน เนื่องจากเป็นโครงสร้างยกระดับในแนวโค้ง คร่อมรางรถไฟเดิม ซึ่งแตกต่างจากการก่อสร้างทั่วไป และหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ การควบคุมงาน และสภาพหน้างานอย่างละเอียด

สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับการเดินรถไฟระหว่างการก่อสร้างนั้น นายอนันต์ชี้แจงว่า หากเป็นงานระดับดินจะต้องปิดการเดินรถ แต่ในกรณีนี้เป็นงานยกระดับที่ไม่สามารถหยุดการเดินรถได้ อย่างไรก็ตาม ตามหลักปฏิบัติ หากการติดตั้งลอนเชอร์และฐานรองรับอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ก็สามารถให้รถไฟวิ่งผ่านได้ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบว่าการดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่

เล็งขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา หากพบความผิดร้ายแรง

นายอนันต์ กล่าวว่า เบื้องต้นโครงการดังกล่าว ทางเอกชนมีการทำประกันภัยตามสัญญา ซึ่งครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด และได้ลงนามกับบริษัทประกันในเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาแล้ว โดยการเยียวยาผู้เสียชีวิตเบื้องต้น หากยึดตามแนวทางผู้ใช้บริการสาธารณะ จะอยู่ที่ประมาณรายละ 1 ล้านบาท พร้อมย้ำว่าการ รฟท. จะเจรจาให้ได้การเยียวยาที่เหมาะสมที่สุด

ความเสียหายเบื้องต้นแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ความเสียหายต่อรถดีเซลราง 2 คัน ประเมินคันละ 70 ล้านบาท รวมค่าซ่อมประมาณ 105 ล้านบาท และความเสียหายต่อโครงสร้างทางรถไฟ ส่วนทางกฎหมายจะดำเนินคดีอาญาในกรณีมีผู้เสียชีวิต รวมถึงเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชน

นายอนันต์ กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินคดีกับ ITD นั้น ต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการก่อน หากผลสอบพบความผิดร้ายแรง รฟท. สามารถพิจารณาเสนอขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาได้ โดยจะต้องจัดทำรายงานเสนอให้กรมบัญชีกลางพิจารณาตามขั้นตอน

รฟท. ตั้งกรรมการสอบเครนถล่ม 15 วันรู้ผล!

ความคืบหน้าล่าสุด รฟท. ตั้งกรรมการสอบเครนถล่ม

จากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยในงานก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งสาธารณะ การ รฟท. ตั้งกรรมการสอบเครนถล่ม อย่างเร่งด่วน แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต การที่ รฟท. ตั้งกรรมการสอบเครนถล่ม และจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดหากพบความประมาท เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนและติดตามอย่างใกล้ชิด

การ รฟท. ตั้งกรรมการสอบเครนถล่ม ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการนำผลการสอบสวนไปปรับปรุงแก้ไขกระบวนการทำงาน และมาตรฐานความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการระบบขนส่งทางรางทุกคน

ที่มา – 15 วันรู้ผล รฟท.ตั้งกรรมการสอบเครนถล่ม เล็งขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาหากพบผิดร้ายแรง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *