รถบรรทุก 10 ล้อพลิกคว่ำตะแคงเทกระจาดทรายเกลื่อนถนน

รถบรรทุก 10 ล้อพลิกคว่ำตะแคงเทกระจาดทรายเกลื่อนถนน เกิดขึ้นบนถนนเทพรักษ์ ช่วงใกล้ปากซอยตัดใหม่เทพรักษ์ 25 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก หลังรถบรรทุกเสียหลักพุ่งชนฟุตปาธและเสาสัญญาณไฟคนข้ามถนน ก่อนพลิกคว่ำลงข้างทางและทำให้ทรายที่บรรทุกมากระจายเต็มพื้นผิวถนน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยตำรวจ สน.บางเขน ได้รับแจ้งเหตุและประสานอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบทันที จุดเกิดเหตุเป็นถนน 3 เลน แต่ทรายจำนวนมากกระจายปิดกั้นการจราจรถึง 2 เลน เหลือช่องทางให้รถสัญจรได้เพียงเลนขวาสุด ทำให้มีรถสะสมเป็นแถวยาวและผู้ใช้ทางต้องเพิ่มความระมัดระวัง

รถบรรทุก 10 ล้อพลิกคว่ำตะแคงเทกระจาดทรายเกลื่อนถนน

เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุก 10 ล้อ ทะเบียนจังหวัดมหาสารคาม อยู่ในสภาพพลิกคว่ำตะแคงบริเวณฟุตปาธ ตัวรถได้รับความเสียหายอย่างมาก กระจกแตกและมีร่องรอยการชนอย่างชัดเจน ทรายที่บรรทุกมาเทกระจายเต็มถนนจนทำให้พื้นผิวลื่นและเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านบริเวณดังกล่าวจึงต้องชะลอความเร็วและเปลี่ยนช่องทางอย่างระมัดระวัง

นอกจากรถบรรทุกแล้ว ยังมีรถยนต์สีเทาทะเบียนกรุงเทพมหานครได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้า โดยถูกรถบรรทุกทับจนพังยับเยิน ส่วนเสาสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามถนนถูกชนจนหักโค่น 1 ต้น เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะทรัพย์สินของผู้ใช้รถเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยของคนเดินเท้าและระบบสัญญาณจราจรในพื้นที่ด้วย

สาเหตุเบื้องต้นของรถบรรทุก 10 ล้อพลิกคว่ำตะแคงเทกระจาดทรายเกลื่อนถนน

จากการสอบถามคนขับรถบรรทุกเบื้องต้น ทราบว่า ขณะกำลังนำทรายไปถมพื้นที่ในย่านออเงิน เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งชะลอและหยุดรถตามสัญญาณไฟเพื่อให้คนข้ามถนน รถบรรทุกซึ่งวิ่งตามหลังมาไม่สามารถหยุดรถได้ทัน คนขับจึงตัดสินใจหักหลบไปทางฟุตปาธ ส่งผลให้รถพุ่งชนเสาสัญญาณไฟและเสียหลักพลิกคว่ำในที่สุด

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อย่างละเอียด ทั้งความเร็วของรถ ระยะห่างระหว่างรถ สภาพเบรก น้ำหนักบรรทุก และสภาพถนนในช่วงเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จะรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งประสานรถเครนขนาดใหญ่เพื่อยกรถบรรทุกออกจากพื้นที่ เนื่องจากตัวรถมีขนาดใหญ่และอยู่ในลักษณะตะแคงขวางช่องทางจราจร การเคลื่อนย้ายจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำหรือสร้างความเสียหายต่อรถยนต์ที่กำลังผ่านไปมา

ในระหว่างดำเนินการ เจ้าหน้าที่ได้จัดการจราจรให้รถใช้ช่องทางที่เหลือเพียง 1 เลน และแจ้งเตือนผู้ใช้รถให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวหากไม่จำเป็น ผู้ที่ต้องเดินทางผ่านถนนเทพรักษ์ควรเผื่อเวลา ตรวจสอบสภาพการจราจรจากแอปพลิเคชันนำทาง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

  • ลดความเร็วเมื่อเข้าใกล้จุดเกิดเหตุหรือบริเวณที่มีรถติดสะสม
  • เว้นระยะห่างจากรถบรรทุกและรถขนาดใหญ่ให้มากกว่าปกติ
  • หลีกเลี่ยงการแซงหรือเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน
  • ระวังทราย เศษกระจก และชิ้นส่วนรถที่อาจตกค้างบนพื้นถนน
  • หากพบอุบัติเหตุ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่และไม่จอดรถกีดขวางทางช่วยเหลือ

เบื้องต้นคนขับรถบรรทุกได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและตรวจอาการอย่างละเอียด จากนั้นจะมีการบันทึกหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบความเสียหายของรถยนต์และทรัพย์สินสาธารณะ รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์รถบรรทุก 10 ล้อพลิกคว่ำตะแคงเทกระจาดทรายเกลื่อนถนนครั้งนี้ เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถขนาดใหญ่ให้ตรวจสอบระบบเบรก สภาพยาง และน้ำหนักบรรทุกก่อนออกเดินทาง ขณะเดียวกันผู้ใช้รถทั่วไปควรเว้นระยะห่างและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะการหยุดรถไม่ทันเพียงไม่กี่วินาทีอาจนำไปสู่ความเสียหายรุนแรงได้

ผู้เดินทางที่ใช้ถนนเทพรักษ์ควรติดตามข่าวสารและสภาพการจราจรอย่างต่อเนื่อง พร้อมหลีกเลี่ยงจุดเกิดเหตุจนกว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์ทรายและเคลื่อนย้ายรถออกเรียบร้อย ความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนนเริ่มต้นได้จากการขับขี่อย่างมีสติ ไม่ประมาท และเคารพสัญญาณจราจร

ที่มา – ระทึก รถบรรทุก 10 ล้อ พลิกคว่ำตะแคงเทกระจาดทรายเกลื่อนถนน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *