ยูเครน-สหรัฐฯ-รัสเซีย จ่อหารือไตรภาคีรอบสอง 4-5 ก.พ.นี้

ยูเครน-สหรัฐฯ-รัสเซีย จ่อหารือไตรภาคีรอบสอง 4-5 ก.พ.นี้
ในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อมาเกือบ 3 ปี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้สร้างความหวังใหม่ให้กับโลก ด้วยการประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X (อดีต Twitter) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ ว่า ยูเครน-สหรัฐฯ-รัสเซีย จ่อหารือไตรภาคีรอบสอง 4-5 ก.พ.นี้ ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งเป็นเจ้าภาพที่เป็นกลาง
เซเลนสกีระบุว่า คณะผู้แทนเจรจาของยูเครนเพิ่งยื่นรายงาน และกำหนดวันประชุมไตรภาคีครั้งต่อไปเรียบร้อยแล้ว โดยยูเครนมุ่งหวังให้การหารือครั้งนี้ นำไปสู่ “การยุติสงครามอย่างแท้จริงและสมศักดิ์ศรี” ซึ่งเป็นคำที่สะท้อนถึงจุดยืนของยูเครนที่ไม่ยอมประนีประนอมเรื่องเอกราชและดินแดน
ยูเครน-สหรัฐฯ-รัสเซีย จ่อหารือไตรภาคีรอบสอง: ต่อยอดจากรอบแรก
การประชุมไตรภาคีรอบแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23-24 มกราคม 2569 ที่กรุงอาบูดาบีเช่นกัน ถือเป็นก้าวแรกสำคัญที่ทั้งสามฝ่ายยอมนั่งโต๊ะเจรจาโดยตรง เมื่อวันพุธที่ 28 มกราคม ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า การเริ่มติดต่อพูดคุยกันโดยตรงระหว่างรัสเซีย สหรัฐอเมริกา และยูเครน เป็น “พัฒนาการเชิงบวก” เจ้าหน้าที่กำลังหารือ “ประเด็นซับซ้อนมากมาย” ที่เกี่ยวข้องกับการยุติความขัดแย้ง แม้จะไม่เปิดเผยวาระการประชุมอย่างละเอียด
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในการหารือ
ทุกฝ่ายยอมรับว่า ข้อพิพาทเรื่องดินแดนยังคงเป็นอุปสรรคหลักในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ รัสเซียยืนยันว่า เพื่อความยั่งยืน ยูเครนต้องถอนกำลังทหารออกจากภูมิภาคดอนบาส (ประกอบด้วยแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์) ซึ่งลงประชามติเข้าร่วมรัสเซียเมื่อปี 2565 นอกจากนี้ รัสเซียยังเรียกร้องให้ยูเครนรับรองพรมแดนใหม่ รวมถึงไครเมียที่รัสเซียผนวกไปตั้งแต่ปี 2557 แต่เซเลนสกีปฏิเสธการยอมสละดินแดนใดๆ มาโดยตลอด
- ดินแดนพิพาท: ดอนบาส ไครเมีย และพื้นที่ยึดครองอื่นๆ
- การรับประกันความมั่นคง: NATO และสถานะทหารของยูเครน
- บทบาทสหรัฐฯ: ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของยูเครนและตัวกลางเจรจา
- หยุดยิงชั่วคราว: เพื่อเปิดทางสู่ข้อตกลงถาวร
ยูริ อูชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียที่เข้าร่วมรอบแรก กล่าวก่อนการประชุมว่า รัสเซียกำลังได้เปรียบในสมรภูมิรบ และพร้อมใช้กำลังทางทหารเพื่อบรรลุเป้าหมาย หากวิธีการทางการทูตไม่ได้ผล สะท้อนถึงจุดยืนแข็งกร้าวของมอสโก
พื้นหลังและความสำคัญของการเจรจาไตรภาคี
สงครามยูเครนปะทุขึ้นเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2565 หลังรัสเซียบุกโจมตี ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก เช่น ราคาพลังงานและอาหารพุ่งสูง สหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกให้ความช่วยเหลือยูเครนกว่า 100 พันล้านดอลลาร์ ในรูปแบบอาวุธและเงินทุน ขณะที่รัสเซียถูกคว่ำบาตรหนักจน GDP หดตัว
การหารือครั้งนี้มีความพิเศษเพราะสหรัฐฯ เข้าร่วมโดยตรง ซึ่งอาจได้รับอิทธิพลจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้สัญญาณจะเร่งยุติสงครามเพื่อลดภาระงบประมาณ UAE ในฐานะเจ้าภาพ ใช้บทบาทตัวกลางที่เป็นกลาง หลังจากเคยประสานให้รัสเซียส่งออกน้ำมันไปอินเดีย
นักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่า ยูเครน-สหรัฐฯ-รัสเซีย จ่อหารือไตรภาคีรอบสอง 4-5 ก.พ.นี้ อาจนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว หากสหรัฐฯ กดดันทั้งสองฝ่ายได้ แม้อุปสรรคเรื่องดินแดนจะยังยากลำบาก
ในมุมมองของเรา การเจรจาครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงการทูตที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ท่ามกลางฤดูหนาวที่หนาวเหน็บในยูเครน หากสำเร็จ จะช่วยลดความทุกข์ทรมานของประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกได้
ติดตามพัฒนาการ: อย่าพลาดอัปเดตล่าสุดหลังการประชุม 4-5 ก.พ.นี้ สมัครรับข่าวสารจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์โลก!
ที่มา – ยูเครน-สหรัฐฯ-รัสเซีย จ่อหารือไตรภาคีรอบสอง 4-5 ก.พ.นี้