ม็อบต้าน IMF-ธนาคารโลกเคลื่อนไหวหลายจุด ตำรวจตรึงกำลังแน่น
ม็อบต้าน IMF-ธนาคารโลกเคลื่อนไหวหลายจุด ตำรวจตรึงกำลังแน่น กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยเครือข่ายประชาชนและกลุ่มสมัชชาคนจนได้ทยอยรวมตัวกันในหลายพื้นที่ เพื่อแสดงจุดยืนและยื่นข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 กลุ่มเครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและ IMF รวมตัวบริเวณแยกพระรามที่ 4 ฝั่งถนนรัชดาภิเษก เขตคลองเตย ผู้เข้าร่วมระบุว่าต้องการสะท้อนความกังวลต่อนโยบายด้านการเงิน การค้า และการลงทุนขององค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อวิถีชีวิตของประชาชน โครงการพัฒนาของรัฐ ตลอดจนปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและความมั่นคงทางอาหาร
ม็อบต้าน IMF-ธนาคารโลกเคลื่อนไหวหลายจุด ตำรวจตรึงกำลังแน่น
บรรยากาศบริเวณจุดนัดหมายมีผู้ชุมนุมทยอยเดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รายงานเบื้องต้นระบุว่ามีผู้เข้าร่วมประมาณ 200–350 คน หลายคนพักผ่อน รับประทานอาหาร และเตรียมอุปกรณ์สำหรับกิจกรรม ก่อนเริ่มการเคลื่อนขบวนอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังดูแลพื้นที่และติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป
ม็อบต้าน IMF-ธนาคารโลกเคลื่อนไหวหลายจุด พร้อมข้อเรียกร้องด้านอาหารและหนี้สิน
อีกจุดสำคัญอยู่ที่ประตู 1 สวนลุมพินี ซึ่งกลุ่มสมัชชาคนจนหรือ สคจ. นัดรวมตัวเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาของประชาชนในหลายพื้นที่ และแสดงจุดยืนต่อการประชุมธนาคารโลก จำนวนผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็นระยะ จากประมาณ 400 คน เป็น 600 คน และแตะระดับราว 800 คนตามรายงานในช่วงเช้า
กลุ่มผู้ชุมนุมมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ประกอบขบวน เช่น กลองยาว มัดข้าว อ้อย และอุปกรณ์ดักปลา เพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงนำป้ายและธงที่มีข้อความคัดค้านธนาคารโลกและ IMF มาใช้ในการรณรงค์ โดยข้อเรียกร้องสำคัญ ได้แก่ การยกเลิกหนี้เกษตรกร การคุ้มครองทรัพยากรของชุมชน และการคืนอธิปไตยทางอาหารให้ประชาชน
ในพื้นที่ยังพบผู้สังเกตการณ์จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเข้าร่วมติดตามสถานการณ์ เพื่อสังเกตการณ์การใช้สิทธิในการชุมนุมและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ การติดตามจากภาคส่วนต่าง ๆ มีความสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจและลดความกังวลของสังคมเกี่ยวกับการชุมนุมในพื้นที่เมือง
เส้นทางเคลื่อนขบวนและผลกระทบด้านการจราจร
สำหรับแผนการเคลื่อนขบวน กลุ่มสมัชชาคนจนกำหนดออกเดินทางในช่วงเวลาประมาณ 09.00–09.30 น. จากนั้นใช้ถนนวิทยุ ผ่านแยกเพลินจิต ถนนสุขุมวิท ย่านนานา และแยกอโศกมนตรี ก่อนมุ่งหน้าสู่ถนนรัชดาภิเษกและศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และปราศรัย โดยวางแผนยุติกิจกรรมประมาณ 17.00 น.
ระหว่างการเตรียมขบวน มีมวลชนจากเครือข่ายต่าง ๆ ทยอยเข้าร่วม รวมถึงแนวร่วมจากโรงแรมรัตนโกสินทร์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการด้านความมั่นคงทางอาหารและผู้แทนจากขบวนการชาวนาสากล La Via Campesina ปรากฏตัวในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสิทธิของเกษตรกรและผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
ด้านกลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือ สรส. จัดกิจกรรมบริเวณการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน แกนนำใช้เครื่องขยายเสียงชี้แจงวัตถุประสงค์ ก่อนอ่านแถลงการณ์และจัดขบวนเพื่อเตรียมยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้แทนธนาคารโลก จุดยืนหลักของกลุ่มคือการคัดค้านนโยบายที่อาจนำไปสู่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และแสดงความกังวลต่อบทบาทของ IMF ที่อาจมีอิทธิพลต่อกระบวนการดังกล่าว
การรวมตัวหลายจุดส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนดูแลเส้นทางอย่างเข้มงวด โดยบริเวณแยกอโศกมนตรี ถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการนำรั้วเหล็กมาปิดกั้นทั้งสองฝั่งถนน ทำให้รถไม่สามารถผ่านไปยังศูนย์ประชุมฯ ได้ในช่วงเวลาที่รายงาน อย่างไรก็ตาม เส้นทางจากแยกอโศกมนตรีไปทางพระโขนงและถนนเพชรบุรียังสามารถสัญจรได้ตามปกติ
บริเวณแยกพระรามที่ 4 ถึงแยก ณ ระนอง มีผู้ชุมนุมใช้พื้นที่ผิวจราจรประมาณสองช่องทาง ทำให้การจราจรได้รับผลกระทบ ผู้ใช้รถจึงควรตรวจสอบเส้นทางล่วงหน้า หลีกเลี่ยงพื้นที่จัดกิจกรรม และเผื่อเวลาในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางผ่านถนนสุขุมวิท ถนนวิทยุ ถนนรัชดาภิเษก และพื้นที่ใกล้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ระหว่างการเคลื่อนขบวน มีผู้ชุมนุมบางส่วนหยุดทำกิจกรรมบริเวณสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมแสดงข้อความเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการสนับสนุนอิสราเอล และกล่าวถึงสถานการณ์ในปาเลสไตน์ ขณะเดียวกัน เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานยังจัดกิจกรรมปราศรัยเกี่ยวกับปัญหาที่ดินและผลกระทบจากกลุ่มทุน
ต่อมา ขบวนเคลื่อนมาถึงแยกเพลินจิตและเลี้ยวเข้าสู่ถนนเพลินจิตตามเส้นทางที่กำหนด โดยมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามและอำนวยความสะดวกตลอดแนวทาง การจัดกำลังตำรวจและการวางแผงกั้นมีเป้าหมายเพื่อไม่ให้กลุ่มมวลชนเข้าใกล้พื้นที่การประชุมมากเกินไป พร้อมดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมประชุม ประชาชน ผู้ชุมนุม และผู้ใช้รถใช้ถนน
ภาพรวมของ ม็อบต้าน IMF-ธนาคารโลกเคลื่อนไหวหลายจุด ตำรวจตรึงกำลังแน่น สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศยังมีความเชื่อมโยงกับปัญหาปากท้อง หนี้สิน เกษตรกรรม แรงงาน และทรัพยากรชุมชน การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ รวมถึงการเคารพสิทธิของทุกฝ่าย จะช่วยให้สังคมเข้าใจสถานการณ์อย่างรอบด้านมากขึ้น
- ผู้เดินทางควรตรวจสอบประกาศปิดเส้นทางและสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์
- ผู้ชุมนุมควรปฏิบัติตามกฎหมายและคำแนะนำด้านความปลอดภัย
- เจ้าหน้าที่ควรดำเนินการด้วยความเหมาะสมและคำนึงถึงสิทธิของประชาชน
- ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ เพื่อป้องกันข่าวคลาดเคลื่อน
สถานการณ์ยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวัน มุมมองที่สำคัญคือทุกฝ่ายควรใช้การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์และหลีกเลี่ยงความรุนแรง เพื่อให้การแสดงออกทางความคิดเห็นดำเนินไปอย่างสงบ หากต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ควรวางแผนล่วงหน้าและติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
ที่มา – จับตา! ม็อบต้าน IMF-ธนาคารโลก เคลื่อนไหวหลายจุด จนท.ตำรวจตรึงกำลังแน่น