ภรรยาคัดค้านมรดก เอ๋ ไพโรจน์ ศาลนัดไต่สวน

ศาลไต่สวนนัดแรก! ภรรยา คัดค้านมรดก เอ๋ ไพโรจน์ จริงหรือไม่? เบสท์ ลูกสาว เอ๋ ไพโรจน์ เผยความรู้สึก หากพ่อรับรู้เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร

จากกรณีการคัดค้านมรดก เอ๋ ไพโรจน์ โดยภรรยาปัจจุบันที่ยื่นต่อศาลสมุทรปราการเพื่อขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานกว่า 20 ปี เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 1 กันยายน 2568 ณ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีการนัดไต่สวนคดีดังกล่าวเป็นครั้งแรก โดยมีนางพลอยรัชษ์ ชินรัตน์วาณิช หรือ “คุณเอ๋” ภรรยาปัจจุบันของอดีตพระเอกและผู้กำกับชื่อดัง เอ๋ ไพโรจน์ สังวริบุตร ผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา เข้าร่วมการไต่สวนของศาล

ก่อนหน้านี้ น.ส.ปณิชา หรือ เบสท์ ลูกสาวของ เอ๋ ไพโรจน์ ได้ยื่นเรื่องต่อศาล ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเกี่ยวกับทรัพย์สินและบ้านพักที่ เอ๋ ไพโรจน์ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับ เอ๋ พลอยรัชษ์ ภรรยา เป็นเวลานานกว่า 20 ปี หลังจากศาลทำการไต่สวนเป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ทั้งสองฝ่ายได้ออกมาให้ข้อมูล

น.ส.ปณิชา หรือ เบสท์ เผยว่า “เราก็ต้องรู้ว่ามันอยู่ที่พฤติกรรมเขาไหม อยู่ที่อะไรที่มันสะท้อนให้เราเห็น แล้วมันถึงจะเกิดว่าผลลัพธ์เรา เราอยากจะทำยังไงต่ออะไรอย่างนี้ แต่ว่าสิ่งที่มันมองเห็นแล้วก็ไม่อยากจะพูด ไม่ตรงกัน แต่ก็มั่นใจว่าสิ่งที่พูดมันถูกต้องแล้ว มันก็มีหลักฐานชัดเจน”

“พ่อจะเป็นคนที่แบบ อย่างที่ไม่ไปเองนะ เวลาเขาพูดถึงมันจะมีช่วงที่พูดถึงเบสท์ เราก็จะไม่ต้องคิดว่าคนทั่วไปก็รับรู้ได้ในสิ่งที่พ่อรู้สึก เขาก็รู้สึกว่าในการที่เขาทำอะไรก็แล้วแต่ เขาก็ไม่อยากให้เป็นภาระลูกอะไร การที่เอามาทำงานเขาก็มองว่าเขาทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีลูกมันเหนื่อยด้วยไหม แล้วการที่มีเรื่องราวเหล่านี้แล้ว เราต้องเข้ามาจัดการแทน มันก็ตอบได้อยู่แล้วว่าคนเป็นพ่อจะรู้สึกแบบไหน” ลูกสาวกล่าว

ด้านทนายของนางพลอยรัชษ์ กล่าวว่า “ที่มาวันนี้ขั้นตอนเป็นเรื่องของการนัดไต่สวนคำร้องขอจัดการมรดก วันนี้คุณพลอยรัชษ์ ได้มีการร้องเข้ามาขอคัดค้าน แต่ประเด็นในเรื่องของการคัดค้าน เราอยู่บนหลักในเรื่องของการให้ความเคารพอีกฝ่ายหนึ่ง เพราะเราไม่ได้คัดค้านว่าไม่ให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้จัดการมรดก แต่เราคัดค้านในประเด็นว่าเราก็มีส่วนได้เสียในการจัดการมรดของคุณอาไพโรจน์ด้วยเช่นเดียวกัน

ทนายกล่าวต่อว่า “เพราะว่าข้อเท็จจริงมันปรากฏว่าคุณพลอยรัชษ์ก็ได้อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยามีการทำมาหาได้ร่วมกันเป็นเวลากว่า 20 ปี ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้คุณพลอยรัชษ์ ควรจะได้ด้วยส่วนหนึ่งในการจัดการมรดก เพราะว่าย่อมมีกรรมสิทธิ์ร่วมในบ้านในรถทั้งหลาย คุณพลอยรัชษ์ ก็มีส่วนในเรื่องของการร่วมจ่ายเรื่องของการซ่อมแซมด้วย ดังนั้นในการจัดการควรจะต้องมีส่วนร่วมในการจัดการ”

ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการที่ร่วมกันรีโนเวทบ้าน เพราะว่าบ้านสมัยก่อนมันจะเป็นอีกลักษณะหนึ่ง แต่พอตั้งแต่เราทำงานก็มีการพัฒนารีโนเวทบ้านมาเรื่อยๆ แล้วก็มีรถยนต์พี่ก็ใช้กันอยู่ นอกนั้นมันก็เป็นทรัพย์สินอะไรต่างๆ ในบ้าน จริงๆ ต้องแบ่งเป็น 3 ส่วนแล้วกัน

ส่วนที่มีการพัฒนาปรับปรุงในโครงสร้างบ้านที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปมาก ตรงนี้เวลาที่ศาลพิจารณาก็จะดูว่าเงินที่ลงทุนไปเป็นเงินของใครบ้างที่เอามา เราก็เตรียมไว้หลักฐานในแง่ข้อนี้ด้วย อันที่ 2 ก็คือว่าเรื่องทรัพย์สินอื่นๆ ที่โดยเฉพาะเรื่องรถ บางคนบอกว่ารถของคุณเอ๋ ไพโรจน์ หรือเปล่า จริงๆ คือใช่แต่คุณเอ๋ ภรรยาก็มีส่วนในการช่วยผ่อนในช่วงหลังๆ แล้วก็มีการโอนไปโอนมาอยู่ เนื่องจากว่าต้องเอาไปใช้ในการไปลงทุนในการทำภาพยนตร์

ส่วนที่ 3 เป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากการประกอบอาชีพในการทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างทาง ซึ่งจะมีการทำบริษัทอยู่ประมาณ 4-5 บริษัท อย่างเช่นคอมพิวเตอร์ หรือว่าอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งมีการทำอีเวนต์ มีการทำสำนักพิมพ์ เท่าที่เห็นก็จะมีการทำอีเวนต์ที่ออกไปขายเกี่ยวกับเรื่องของโรงแรมบ้าง หรือว่าอาหารบ้าง มีภาพประกอบมีรายละเอียดทั้งหมดแน่นอน

ภรรยาคัดค้านมรดก เอ๋ ไพโรจน์ : ศาลนัดไต่สวน

เบสท์ ลูกสาว เอ๋ ไพโรจน์ เผยความในใจ

เรื่องราวการคัดค้านมรดก เอ๋ ไพโรจน์ ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม หลายคนต่างจับตามองถึงผลสรุปของคดีนี้ และความรู้สึกของคนในครอบครัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การที่ลูกสาวต้องออกมาจัดการเรื่องราวเหล่านี้แทนผู้เป็นพ่อ ย่อมเป็นสิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างมาก

การต่อสู้เพื่อสิทธิ์ที่ควรได้ไม่ว่าจะเป็นของฝ่ายใดก็ตาม เป็นสิ่งที่ต้องให้ความเคารพในการตัดสินใจของทุกฝ่าย และขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายสามารถหาทางออกร่วมกันได้ด้วยดี

ที่มา – ศาลไต่สวนนัดแรก ภรรยา คัดค้านมรดก เอ๋ ไพโรจน์ – เบสท์ ลูกสาวลั่นพ่อจะรู้สึกแบบไหน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *