ฟีฟ่า ยืน 1,300 ล้านไม่ลดค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก หลัง JASเสนอราคาเท่าเวียดนาม
ฟีฟ่า ยืน 1,300 ล้านไม่ลดค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก หลัง JASเสนอราคาเท่าเวียดนาม
สำหรับแฟนบอลชาวไทยที่กำลังใจจดใจจ่อรอชมมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ในช่วงกลางปีหน้านี้ อาจจะต้องมาลุ้นกันหนักหน่อยครับ เพราะล่าสุดดีลการเจรจาล่าสุดกลายเป็นประเด็นร้อนแรง เมื่อ ฟีฟ่า ยืน 1,300 ล้านไม่ลดค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก หลัง JASเสนอราคาเท่าเวียดนาม งานนี้ทำเอาแฟนบอลหลายคนเริ่มหวั่นใจว่าเราจะได้ดูผ่านจอแก้วแบบถูกลิขสิทธิ์กันหรือไม่
สถานการณ์ล่าสุดหลังจากที่ภาครัฐตัดสินใจไม่ทุ่มงบประมาณภาษีประชาชนมาซื้อลิขสิทธิ์ ทำให้หน้าที่นี้ตกไปอยู่ในมือของภาคเอกชน โดยทางบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เป็นตัวเก็งเพียงรายเดียวที่เหลืออยู่หลังทรูวิชั่นส์ถอนตัวไป เพราะเห็นว่าราคาที่ฟีฟ่าตั้งไว้สูงเกินกว่าจะทำกำไรได้ ซึ่งทาง JAS เองก็ได้พยายามยื่นข้อเสนอขอให้ราคาใกล้เคียงกับที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามจ่าย ซึ่งอยู่ที่ราว 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ทางฝั่งฟีฟ่ายังคงยืนกรานที่ตัวเลข 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,300 ล้านบาทไทย
ทำไมฟีฟ่าไม่ลดราคาลิขสิทธิ์ให้เรา?
การที่ ฟีฟ่า ยืน 1,300 ล้านไม่ลดค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก หลัง JASเสนอราคาเท่าเวียดนาม เป็นสิ่งที่ท้าทายมากสำหรับผู้บริหาร JAS อย่างคุณโสรัชย์ อัศวะประภา เพราะหากรับตัวเลขนี้มาโดยไม่มีการสนับสนุนที่ชัดเจน การแบกรับต้นทุนที่สูงลิ่วอาจนำไปสู่ผลขาดทุนได้ง่ายๆ ในขณะที่การรับชมก็น่าจะเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิมที่เคยดูกันฟรีๆ ผ่านฟรีทีวี แต่อาจจะเป็นการสมัครสมาชิกผ่านช่องทางเฉพาะแทน
- ฟีฟ่ายังคงมองว่ามูลค่าตลาดของสิทธิ์ถ่ายทอดสดในไทยสูงกว่าที่ JAS พยายามต่อรอง
- ทาง JAS เปิดเผยว่าหากเจรจาไม่ได้ในราคาที่รับได้ ก็อาจจะต้องยอมถอย เพื่อไม่ให้บริษัทขาดทุนโดยใช่เหตุ
- หากไทยไม่ได้ลิขสิทธิ์ อาจกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาช่องทางธรรมชาติมากขึ้นแทนการรับชมผ่านช่องทางถูกกฎหมาย
นอกจากประเด็น ฟีฟ่า ยืน 1,300 ล้านไม่ลดค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก หลัง JASเสนอราคาเท่าเวียดนาม แล้ว ทาง JAS ยังต้องบริหารจัดการฐานสมาชิกเดิมที่รับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอยู่ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกราว 1.6 ล้านคน แม้ตัวเลขนี้จะเป็นตัวเลขที่ประคองตัวได้ แต่โจทย์ใหญ่คือการหาความคุ้มค่าใหม่ๆ หากต้องลงทุนเพิ่มในฟุตบอลโลก ความท้าทายนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของวงการสื่อกีฬาในประเทศไทยเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ
ในมุมมองของผม ผมคิดว่าการแข่งขันในยุคปัจจุบันเรื่องของคอนเทนต์กีฬาระดับโลกมีมูลค่าสูงมากจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าทางธุรกิจต้องมาพร้อมกับการเข้าถึงของแฟนบอล หากราคาสูงเกินไปจนคนเข้าไม่ถึง สุดท้ายมูลค่าที่ผู้ถือลิขสิทธิ์คาดหวังก็จะหายไปตามจำนวนผู้ใช้งานที่ลดลง เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร จะมีปาฏิหาริย์ให้คนไทยได้ดูบอลโลกกันหรือไม่ ต้องลุ้นกันนาทีต่อนาทีครับ
ที่มา – ฟีฟ่า ยืน 1,300 ล้านไม่ลดค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก หลัง JASเสนอราคาเท่าเวียดนาม