พ่อทรมานใจ เสียลูกเหตุเครนทับรถไฟ

พ่อทรมานใจ เสียลูกเหตุเครนทับรถไฟ เผยเป็นสัปเหร่อมา 60 ปี ไม่คิดว่าต้องมารับร่างลูกสาวตัวเอง พร้อมเล่าฝันลางสังหรณ์ก่อนเกิดเหตุ

วันที่ 15 ม.ค. 2569 ที่นิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครราชศรีมา เริ่มมีญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการเครนรถไฟความเร็วสูงหล่นทับรถไฟกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยญาติทยอยเดินทางมาถึงตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อมารอรับร่างผู้เสียชีวิตไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป โดยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

นายบุญยืน จ่าทอง อายุ 71 พ่อของ น.ส.อริชา อายุ 40 ปี ผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อรับร่างลูกสาวกลับบ้าน พร้อมบอกว่าลูกสาวเดินทางมาจากกรุงเทพเพื่อไปงานเผาศพที่จ.ศรีสะเกษ แต่ไปไม่ถึงเกิดอุบัติเหตุก่อน

ระหว่างทางการเดินทางลูกสาวมีการติดต่อมาโดยตลอดทั้งส่งรูปภาพให้ดู และโทรหาก่อนที่จะติดต่อลูกสาวไม่ได้ และทราบว่าเกิดเหตุการณ์เครนหล่นทับรถไฟซึ่งเป็นขบวนที่ลูกสาวใช้เดินทาง และลูกสาวอยู่ที่ตู้โดยสารที่ 3 ทำให้รู้ทันทีว่าลูกสาวน่าจะได้รับอันตราย เพราะตู้สุดท้ายเป็นตู้ที่อันตรายมาก

นายบุญยืน จ่าทอง อายุ 71 พ่อของ น.ส.อริชา อายุ 40 ปี ผู้เสียชีวิต

นายบุญยืน จ่าทอง อายุ 71 พ่อของ น.ส.อริชา อายุ 40 ปี ผู้เสียชีวิต

นายบุญยืน กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกทรมานใจมาก ตนเป็นสัปเหร่อมานานกว่า 60 ปี เก็บศพมามากกว่า 1,000 ศพไม่คิดเลยว่าวันนึงจะต้องมารับร่าง หรือเก็บศพลูกสาวตัวเอง ลูกสาวคนนี้เป็นลูกสาวคนเล็ก ตัวเองรักมากเป็นเสาหลักของครอบครัว ก่อนเกิดเหตุตัวเองมีลางสังหรณ์ใจ ฝันว่าลูกสาวชวนขึ้นรถไฟแต่รถไฟขบวนนั้นเป็นรถไฟที่ไม่มีล้อ แต่ตัวเองปฏิเสธลูกสาวว่าไม่ไปด้วย สุดท้ายก็มาเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริงๆ

นายบุญยืน กล่าวต่อว่า เมื่อคืนนี้ตัวเองได้เปิดโรงแรมพักแถวโรงพยาบาลเพื่อรอรับร่างลูกสาวตอนเช้า โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาลูกสาวได้มาหาเป็นเงา และมีเสียงเคาะประตูซึ่งตนเชื่อสนิทใจว่าเป็นลูกสาวของตัวเอง ตนไม่กลัว และบอกลูกสาวว่าให้รอสว่างก่อนแล้วจะพากลับบ้าน และบอกลูกสาวว่าไม่ต้องห่วงลูก พ่อจะเป็นคนเลี้ยงดูลูกให้เอง

ส่วนเรื่องการเยียวยา นายบุญยืน มองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุ แต่ให้มีการรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ นายเอกพงศ์ คงปาน อายุ 64 ปี ลุงของ น.ส.อริชา บอกว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่บอกให้รอคิว แต่ไม่เห็นด้วยมองว่าเป็นเคสเร่งด่วนญาติเดือดร้อนมากต้องการรถรับส่งกลับบ้าน เพราะแต่ละครอบครัวต้องเดินทางไกล ยอมรับตอนทราบข่าวพูดไม่ออก และไม่อยากจะเชื่อ

ซึ่งมีคนรอดชีวิตที่รู้จักเล่าว่า เพื่อนมาส่งที่ อ.ปากช่อง แต่ขึ้นขบวนรถไฟดังกล่าวไม่ทันทําให้รอดอย่างปาฏิหาริย์ อีกทั้งจุดเกิดเหตุก่อนหน้านี้มีรถไฟชนหญิงท้องแก่เสียชีวิตถือเป็นจุดอาถรรพ์และมีเหตุรถไฟคนชนตายอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องเยียวยาอย่างเหมาะสม เพราะชาวบ้านไม่รู้กฎหมายแต่เงินหลักหมื่นมองว่าน้อยเกินไป

พ่อทรมานใจ เสียลูกเหตุเครนทับรถไฟ

เหตุการณ์ พ่อทรมานใจ เสียลูกเหตุเครนทับรถไฟ เป็นเรื่องราวที่สะเทือนใจอย่างยิ่ง นายบุญยืน จ่าทอง ผู้เป็นพ่อ ต้องสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รักจากอุบัติเหตุไม่คาดฝัน การสูญเสียครั้งนี้ยิ่งเจ็บปวดเมื่อนายบุญยืนเป็นสัปเหร่อมากว่า 60 ปี และไม่เคยคิดว่าจะต้องมาจัดการศพของลูกตัวเอง

ความรู้สึกของพ่อต่อการสูญเสียลูกจากเหตุเครนทับรถไฟ

นายบุญยืนเล่าด้วยน้ำตาว่า พ่อทรมานใจ เสียลูกเหตุเครนทับรถไฟ เป็นอย่างมาก ความรักที่เขามีต่อลูกสาวคนเล็กนั้นมากมาย และลูกสาวก็เป็นเสาหลักของครอบครัว การจากไปของลูกสาวทำให้เขาใจสลาย นอกจากนี้ เขายังเล่าถึงลางสังหรณ์ก่อนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นฝันที่ลูกสาวชวนขึ้นรถไฟที่ไม่มีล้อ และเขาปฏิเสธที่จะไปด้วย

เรื่องราว พ่อทรมานใจ เสียลูกเหตุเครนทับรถไฟ ยังสะท้อนถึงความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ด้วยเงินทอง แม้ว่าจะมีการเยียวยาเกิดขึ้น แต่ความเศร้าและความเสียใจของผู้เป็นพ่อก็ยังคงอยู่ การดูแลและเยียวยาจิตใจของผู้สูญเสียจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

พ่อทรมานใจ เสียลูกเหตุเครนทับรถไฟ เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความปลอดภัยในการเดินทางและการก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีก

ที่มา – พ่อทรมานใจ เสียลูกเหตุเครนทับรถไฟ เผยเป็นสัปเหร่อมา 60 ปี ไม่คิดว่าต้องมารับร่างลูกสาวตัวเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *