พีระพลฟอร์มเยี่ยมปิดฉากทัวร์เดอลังกาวี

พีระพลฟอร์มเยี่ยมปิดฉากทัวร์เดอลังกาวี

การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ เลอ ทัวร์ เดอ ลังกาวี 2026 ที่ประเทศมาเลเซีย ปิดฉากลงอย่างน่าประทับใจสำหรับทีมไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง ทีม โดยเฉพาะผลงานของ “มะตูม” พ.อ.อ.พีระพล ชาวเชียงขวาง นักปั่นไทยที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ความเร็ว และความมุ่งมั่นตลอดการแข่งขัน สเตจสุดท้ายเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งระยะทางไกล เส้นทางขึ้นเขา และสภาพอากาศร้อนจัด แต่พีระพลยังสามารถต่อสู้กับนักปั่นระดับแนวหน้าจากหลายประเทศได้อย่างสูสี

เส้นทางสเตจที่ 8 ซึ่งเป็นสเตจสุดท้ายของรายการ มีระยะทาง 188.3 กิโลเมตร จากเมืองมัวร์ไปยังเมืองปุตราจายา นักปั่นต้องรับมือกับทางขึ้นเขาเกือบ 20 กิโลเมตร ทำให้การแข่งขันเกิดการแบ่งกลุ่มอย่างรวดเร็ว นักปั่นหลายคนต้องใช้พลังอย่างหนักตั้งแต่ช่วงกลางเส้นทาง ขณะที่กลุ่มผู้นำก็เร่งความเร็วเพื่อแย่งชิงตำแหน่งและคะแนนสำคัญในช่วงท้าย

พีระพลฟอร์มเยี่ยมปิดฉากทัวร์เดอลังกาวี คว้าหลายรางวัลสำคัญ

พีระพลโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นด้วยการเร่งความเร็วเกาะกลุ่มผู้นำ ก่อนสปรินท์คว้าแชมป์เจ้าความเร็ว หรือ Intermediate Sprints จุดที่ 1 และจุดที่ 2 ได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์เจ้าภูเขา หรือ King of Mountain จุดที่ 1 มาครองอีกหนึ่งรางวัล ผลงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านักปั่นไทยสามารถรับมือกับการแข่งขันระดับนานาชาติได้ดี และมีศักยภาพทั้งในด้านความเร็วและการขึ้นเขา

แม้พีระพลจะไม่ได้คว้าแชมป์ประจำสเตจ แต่การเก็บรางวัลระหว่างเส้นทางได้ถึงสามรายการถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชม เพราะการแข่งขันครั้งนี้มีนักปั่นระดับโปรทัวร์เข้าร่วมมากกว่า 10 ทีม หลายคนมีประสบการณ์ในรายการใหญ่ของโลก การที่นักปั่นไทยสามารถแทรกตัวขึ้นไปคว้าคะแนนและรางวัลสำคัญได้ จึงเป็นสัญญาณที่ดีต่อการพัฒนาวงการจักรยานไทย

ผลงานนักปั่นไทยในสเตจสุดท้าย

สำหรับแชมป์ประจำสเตจที่ 8 เป็นของ มัตเตโอ มาลูเชลลี่ นักปั่นชาวอิตาลีจากทีมเอ็กซ์ดีเอส แอสตานา ซึ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 4 ชั่วโมง 5 นาที 17 วินาที ขณะที่นักปั่นไทยทั้ง 5 คนสามารถแข่งขันจนจบการแข่งขันได้ครบทุกคน โดย “เฟรม” ส.อ.ธนาคาร ไชยยาสมบัติ ทำผลงานดีที่สุดในกลุ่มนักปั่นไทย เข้าเส้นชัยพร้อมกลุ่มใหญ่ด้วยอันดับ 10 ของเอเชีย ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 5 นาที 19 วินาที

นายอภิสิทธิ์ สุพรรณ ทำเวลาเท่ากับธนาคารที่ 4 ชั่วโมง 5 นาที 19 วินาที ส่วน ส.ต.ท.ธนชาต ยะตั๋น จ.ต.นพชัย กล้าหาญ และ พ.อ.อ.พีระพล ชาวเชียงขวาง เข้าเส้นชัยในกลุ่มหลัง อย่างไรก็ตาม ผลงานโดยรวมยังถือว่าน่าพอใจ เพราะทุกคนต้องเจอกับเส้นทางที่หนักและการแข่งขันที่มีความเร็วสูงตลอดทั้งวัน

  • แชมป์ประจำสเตจที่ 8: มัตเตโอ มาลูเชลลี่ จากทีมเอ็กซ์ดีเอส แอสตานา
  • นักปั่นไทยผลงานดีที่สุดในสเตจ: ส.อ.ธนาคาร ไชยยาสมบัติ
  • แชมป์เจ้าความเร็ว: พีระพล ชาวเชียงขวาง คว้า IS1 และ IS2
  • แชมป์เจ้าภูเขา: พีระพล ชาวเชียงขวาง คว้า KOM1
  • นักปั่นไทยที่จบการแข่งขัน: ทำผลงานสำเร็จครบ 5 คน

อันดับเวลารวมและเป้าหมายเก็บแต้มโอลิมปิก

เมื่อรวมเวลาการแข่งขันทั้ง 8 สเตจ แชมป์เวลารวมตกเป็นของ เลนนาร์ท จาช นักปั่นชาวเยอรมนีจากทีมทูดอร์ โปร ไซคลิง ด้วยเวลารวม 28 ชั่วโมง 7 นาที 54 วินาที ด้านนักปั่นไทยที่ทำอันดับเวลารวมดีที่สุดคือ นายอภิสิทธิ์ สุพรรณ ซึ่งรั้งอันดับ 49 ของการแข่งขัน และเป็นอันดับ 14 ของเอเชีย ด้วยเวลารวม 29 ชั่วโมง 24 นาที 31 วินาที

ในประเภททีม ไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง ทีม จบการแข่งขันในอันดับ 18 ของรายการ และเป็นอันดับ 6 ของเอเชีย ด้วยเวลารวม 88 ชั่วโมง 23 นาที 34 วินาที ตัวเลขนี้ถือว่าน่าสนใจเมื่อพิจารณาว่าทีมไทยต้องแข่งขันกับทีมระดับโปรจากหลายประเทศ ทั้งทีมเอ็กซ์ดีเอส แอสตานา และทีมชั้นนำจากเกาหลีใต้ รวมถึงทีมที่มีนักปั่นผ่านการแข่งขันระดับโลกมาแล้วมากมาย

พลเอกเดชา เหมกระศรี หรือ “เสธ.หมึก” รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลงานของทีมเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สมาคมฯ ต้องการให้นักปั่นไทยเก็บคะแนนสะสมให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้าโควตาเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

เป้าหมายดังกล่าวไม่ได้วัดจากการคว้าแชมป์เพียงรายการเดียว แต่เป็นการสะสมผลงานอย่างต่อเนื่องในรายการระดับนานาชาติ ทุกคะแนนมีความหมายต่ออันดับโลกและโอกาสในการคัดเลือก ดังนั้นการที่นักปั่นไทยสามารถจบการแข่งขันรายการใหญ่ได้หลายคน พร้อมคว้ารางวัลจากจุดสปรินท์และจุดภูเขา จึงเป็นประโยชน์ต่อแผนงานระยะยาวของทีมชาติไทย

พีระพลฟอร์มเยี่ยมปิดฉากทัวร์เดอลังกาวี กับสัญญาณบวกของจักรยานไทย

ผลงานของพีระพลในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจน นักปั่นไทยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงประคองตัวให้จบการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังสามารถวางแผนแข่ง เลือกจังหวะเร่งความเร็ว และแย่งชิงคะแนนในจุดสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทีมยังได้รับโอกาสลงแข่งขันในรายการระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยยกระดับความมั่นใจและความแข็งแกร่งของนักปั่นได้มากขึ้น

สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือการวางโปรแกรมแข่งขันเพื่อเก็บคะแนนโอลิมปิกอย่างเป็นระบบ ทั้งการเลือกสนามที่เหมาะกับนักปั่นแต่ละคน การเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับเส้นทางภูเขา และการทำงานเป็นทีมในช่วงสำคัญ หากทุกฝ่ายเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โอกาสของจักรยานไทยในการลุ้นโควตาโอลิมปิก 2028 ก็มีความหวังมากขึ้น

โดยสรุป พีระพลฟอร์มเยี่ยมปิดฉากทัวร์เดอลังกาวี พร้อมผลงานคว้าแชมป์ IS1, IS2 และ KOM1 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของนักปั่นไทย การแข่งขันครั้งนี้มอบทั้งคะแนน ประสบการณ์ และความมั่นใจให้ทีม เชื่อว่าหากรักษามาตรฐานและพัฒนาต่อเนื่อง แฟนกีฬาชาวไทยจะได้เห็นผลงานที่น่าประทับใจมากขึ้นในสนามระดับนานาชาติ และอาจต่อยอดไปสู่ความสำเร็จบนเวทีโอลิมปิกได้ในอนาคต

ที่มา – พีระพล ฟอร์มเยี่ยมปิดฉาก ทัวร์ เดอ ลังกาวี – เสธ.หมึก ชูผลงานตามเป้า ล่าแต้มโอลิมปิกต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *