พิพัฒน์ตั้งสอบ **สาเหตุเครนถล่ม** ใน 7 วัน

พิพัฒน์​ สั่งสอบ สาเหตุ​เครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว​-​พระราม​ 2 ใน​ 7 วัน หารือแนวทางยกเลิกสัญญา​ เหลืออีก 13 โครงการ ตอนนี้ยังหยุดทั้งหมด ย้ำ​มีแบล็ก​ลิสต์​แน่​ ชี้​ รมต.มีหน้าที่แค่เป็นพยาน​ 

เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 15 ม.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวภายหลังประชุมมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่มว่า วันนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด ทั้งกรณีเครนหล่นทับรถไฟที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และเครนถล่มบนถนนพระราม 2 เมื่อเช้าที่ผ่านมา เพื่อหาข้อเท็จจริงได้ภายใน 7 วัน

หลังจากนั้นต้องหาวิธียกเลิกสัญญาให้ได้ ส่วนโครงการที่เหลืออีก 12-13 สัญญา ขอให้หยุดการดำเนินการในช่วงนี้ โดยให้วิศวกรรมแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคม เข้าไปตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ขอตั้งคณะกรรมการอีกหนึ่งชุด เพื่อกำกับดูแลการทำงานอีกชั้นหนึ่ง

ส่วนค่าใช้จ่ายจะหารือกันว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ กรณีนี้ถือว่าเป็นการเสริมเพื่อความมั่นใจของสาธารณะ เพราะจริงๆ 2 เคสที่เกิดขึ้นใน 2 วัน เชื่อว่าไม่มีอะไรที่บังเอิญขนาดนี้ ในโลกนี้น่าจะมีแค่ประเทศไทยที่เกิดในลักษณะเดียวกัน ที่สำคัญคือผู้รับเหมารายเดียวกัน

เมื่อถามว่าที่ประชุมหารือกันหรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากความสะเพร่าหรือสาเหตุอะไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เราต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อหาข้อเท็จจริง และสอบสวน เพราะในที่ประชุมจะรู้ได้อย่างไร ในเมื่อทางวิศวกรรมสถานที่เราเชิญมากำลังไปลงพื้นที่เกิดเหตุถนนพระราม 2 และเมื่อวาน (14 ม.ค.) ได้ลงพื้นที่สีคิ้วแล้ว เพื่อดูข้อเท็จจริง และหาว่าความผิดเกิดจากส่วนไหนกันแน่

ส่วนเบื้องต้นจะดำเนินกี่คดีกับผู้รับเหมา นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องดูว่าเกี่ยวข้องกับกี่หน่วยงาน หากพบว่าส่วนใดเกี่ยวข้องบ้างจะต้องดำเนินคดีเป็นทอดๆ ผู้รับเหมาก็ส่วนหนึ่ง ที่ปรึกษาก็ส่วนหนึ่ง ซึ่งมีองค์ประกอบหลายส่วน จึงตอบไม่ได้ว่าจะดำเนินคดีกี่กรณี แต่ยืนยันว่าจะต้องดำเนินคดีในส่วนนี้ให้เร็วที่สุด

เมื่อถามว่า 2 กรณีที่เกิดขึ้น บริษัทอิตาเลียนไทยฯ ยังมีโครงการที่เป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมอีกกี่โครงการ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า 12-13 โครงการ แต่เราได้สั่งให้หยุดการทำงานในขณะนี้ทั้งหมด จนกว่ากระทรวงคมนาคมจะอนุญาตให้ปฏิบัติงานได้ ต้องมีการตรวจสอบแล้วว่ามีความปลอดภัยที่แท้จริง

“เพราะผมคงรับแรงกดดันมากกว่านี้ไม่ไหว ไม่ใช่เมื่อวานเคสหนึ่ง วันนี้เคสหนึ่ง และพรุ่งนี้มะรืนนี้ยังเกิดขึ้น ถ้ามีสงสัยว่าต้องกลับบ้านไปเลี้ยงหลานแล้ว”

เมื่อถามว่าจะยกเลิกสัญญาได้เมื่อไหร่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การยกเลิกสัญญาต้องมีเหตุผล ไม่ใช่อยากยกเลิกได้ก็ให้ยกเลิก เพราะการยกเลิกสัญญา แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นอำนาจของกระทรวงคมนาคม ในฐานะเจ้าของงาน แต่การจะยกเลิกคู่สัญญาจริงๆ คือกรมบัญชีกลาง ดังนั้น กระทรวงคมนาคมคงทำอำนาจหน้าที่ที่ทำได้

แต่ 2 โครงการที่เกิดขึ้นล่าสุด ยกเลิกแน่นอน และการขึ้นบัญชีดำก็ต้องทำต่อเนื่องทันที ส่วนจะลดชั้นหรือไม่สามารถประมูลงานอีกนานเท่าไหร่ ต้องหารือกรมบัญชีกลางอีกครั้ง

เมื่อถามว่าจะถึงขั้นขึ้นบัญชีดำบริษัทอิตาเลียนไทยแบบถาวรโดยไม่ให้รับงานรัฐเลยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ก็ต้องดู ไม่ใช่ผิดโครงการนี้แล้วไปพาลโครงการอื่น สมมติอีก 10 กว่าโครงการดำเนินการไม่ผิดอะไรเลย เพราะบริษัทดังกล่าวไม่ได้มีงานลักษณะเดียว งานก่อสร้างโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ส่วนหนึ่ง และทางยกระดับกรมทางหลวงก็ส่วนหนึ่ง

ดังนั้น อาจมีงานชนิดอื่นซึ่งไม่เหมือนกัน เราต้องว่าเป็นเรื่อง ๆ ไป ยืนยันว่า โดนแบล็คลิสต์แน่นอน โดยเฉพาะเรื่องของคณะกรรมการชุดนี้ ในเรื่องของคำว่าอิตาเลียนไทย คงไปคุยกับเขาโดยเฉพาะในอนาคตต้องเชิญผู้บริหารระดับสูงมาหารือเหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลายกรณี

ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นที่อ.สีคิ้ว มีการขุดเรื่องการลงนามในสัญญาสมัยที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรมว.คมนาคม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จะไปดูรายละเอียดว่าโครงการดังกล่าว ลงนามในยุคของนายศักดิ์สยามหรือไม่ แต่เชื่อว่าไม่ว่าการลงนามจะเกิดขึ้นยุคใด รัฐมนตรีถือว่าเป็นพยาน ไม่ใช่ผู้ลงนาม

ดังนั้น ความเป็นรัฐมนตรี แม้จะมีความรับผิดชอบในฐานะเป็นเจ้ากระทรวง แต่รัฐมนตรีไม่ได้รู้ทุกเรื่อง การลงนามไม่ได้มีเพียงครั้งเดียว แต่ละปีกระทรวงคมนาคมลงทุนถึงแสนกว่าล้านบาท และโครงการเล็กบางใหญ่บ้างเป็น 10 เป็น 100 กว่าโครงการ

แน่นอนว่ารัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้นำเสนอเนื้องาน แต่ไม่ได้เป็นผู้ลงนามในสัญญา เพราะในแต่ละสัญญาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเป็นผู้ลงนาม แต่การประมูลทุกอย่างกรมบัญชีกลางเป็นผู้ที่เสนอเข้ามาว่า ผู้ที่นำเสนอหรือผู้แสดงตนที่จะประมูลงาน ผ่านคุณสมบัติหรือไม่ ตรงนี้เราแบ่งหน้าที่กันก็ต้องขอชี้แจงให้เข้าใจ

ดังนั้น ยุคนั้นใครเป็นผู้ลงนามสัญญา ตนคิดว่าไม่ใช่ประเด็น สมมติว่าเซ็นในวันนี้อีก 20 ปี เกิดพัง สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้หมด ดังนั้น ขอให้ดูที่เนื้องาน อย่าไปเจาะจงว่าเป็นความผิดของใคร อย่าเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาเป็นมิติทางการเมือง

ตนเข้าใจก่อนถึงวันเลือกตั้ง การทำลายเครดิตของแต่ละฝ่ายมีมาก ต้องเรียนว่าการต่อสู้ อย่าเอาปัญหาของการเมืองมายุ่งกับการทำงานของแต่ละกระทรวง เพราะเข้าใจว่าพรรคภูมิใจไทยช่วงนี้อาจมีเรตติ้งที่ดีขึ้น อาจมีการเตะตัดขากันบ้างเป็นเรื่องปกติ ตนไม่ได้กังวล ถือว่าเกมก็คือเกม

พิพัฒน์เร่งสอบสวนสาเหตุเครนถล่ม

จากเหตุการณ์เครนถล่มที่เกิดขึ้น 2 ครั้งติด ๆ กัน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ รัฐมนตรีพิพัฒน์ได้สั่งการให้เร่งสอบสวนสาเหตุเครนถล่มโดยเร็วที่สุด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและหามาตรการป้องกัน

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับสาเหตุเครนถล่ม

ขณะนี้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นกำลังเร่งดำเนินการสอบสวนพยานและตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สาเหตุเครนถล่มที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของโครงการที่เหลือทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเสียหายทางทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐอีกด้วย ดังนั้นการเร่งสอบสวนและหาสาเหตุเครนถล่มจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ การพิจารณายกเลิกสัญญากับบริษัทรับเหมาที่เกี่ยวข้อง และการขึ้นบัญชีดำ ก็เป็นมาตรการที่อาจถูกนำมาใช้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความปลอดภัยในการก่อสร้างเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และต้องมีการตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – พิพัฒน์ ตั้งสอบสาเหตุเครนถล่มใน7วัน เผยยังมีอีก 13โครงการ ยังหยุดทั้งหมดแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *