พบ F-35 สหรัฐฯ ลงจอดในเปอร์โตริโก
พบ F-35 สหรัฐฯ ลงจอดในเปอร์โตริโก ท่ามกลางความตึงเครียดกับเวเนซุเอลา
มีรายงานการพบ F-35 สหรัฐฯ จำนวน 5 ลำ ลงจอดในเปอร์โตริโกเมื่อวันเสาร์ (13 ก.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งเมื่อสัปดาห์ก่อนให้ส่งเครื่องบินขับไล่ล่องหน 10 ลำเข้าร่วมการเสริมกำลังทหารในทะเลแคริบเบียน เพื่อปฏิบัติการต่อต้านแก๊งค้ายาเสพติด ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นกับเวเนซุเอลา
ช่างภาพของสำนักข่าวรอยเตอร์เป็นผู้บันทึกภาพเครื่องบิน F-35 ขณะลงจอดยังอดีตฐานทัพเรือโรสเวลต์โรดส์ ในเมืองเซบา เปอร์โตริโก ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ยังมีรายงานการพบเห็นเฮลิคอปเตอร์ อากาศยานออสเปรย์ เครื่องบินลำเลียง และกำลังพลของสหรัฐฯ ในบริเวณฐานทัพดังกล่าว
เมื่อสอบถามเกี่ยวกับอากาศยานดังกล่าว เจ้าหน้าที่เวรของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ระบุว่า “ในขณะนี้ เรายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงการวางกำลังที่ต้องประกาศให้ทราบ”
การพบเห็นครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นภายหลังการเดินทางเยือนเปอร์โตริโกอย่างไม่มีการแจ้งล่วงหน้าของพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พร้อมด้วยนายทหารระดับสูง เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับเวเนซุเอลา
แหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า รัฐบาลทรัมป์ได้มีคำสั่งให้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-35 จำนวน 10 ลำมายังเปอร์โตริโก เพื่อดำเนินปฏิบัติการต่อต้านแก๊งค้ายาเสพติด
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการประกาศแผนส่งกำลังทางอากาศเพิ่มเติม ทรัมป์ได้กล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่ได้มีเจตนาที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในเวเนซุเอลา
เมื่อสัปดาห์ก่อน กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกนับตั้งแต่การส่งกองเรือรบเข้าประจำการในภูมิภาค ด้วยการโจมตีเรือสัญชาติเวเนซุเอลาที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนยาเสพติด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย
ฝ่ายเวเนซุเอลาได้ออกมาโต้แย้งในทันทีว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดไม่ใช่ผู้ลักลอบค้ายาเสพติด
ต่อมาในวันเสาร์ รัฐบาลเวเนซุเอลาได้แถลงการณ์เพิ่มเติมว่า เรือพิฆาตของสหรัฐฯ ได้เข้าสกัดและควบคุมเรือประมงทูน่าของเวเนซุเอลาเป็นเวลานานถึง 8 ชั่วโมง ขณะอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศเมื่อวันศุกร์ (12 ก.ย.)
รัฐบาลเวเนซุเอลาระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ก้าวร้าวและผิดกฎหมายต่อเรือประมงที่ไม่มีพิษสงใด ๆ ซึ่งมีเพียงลูกเรือผู้หาเลี้ยงชีพ 9 คน
ทั้งนี้ F-35 เป็นเครื่องบินขับไล่ล่องหนที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง และมีสมรรถนะที่เหนือกว่าฝูงบิน F-16 ของกองทัพอากาศเวเนซุเอลาอย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมการพบ F-35 สหรัฐฯ ที่เปอร์โตริโก ถึงสำคัญ?
การพบ F-35 สหรัฐฯ ในครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา สถานการณ์ในภูมิภาคกำลังทวีความซับซ้อน และการปรากฏตัวของเครื่องบินขับไล่ล่องหนขั้นสูงเช่น F-35 ย่อมส่งผลต่อการประเมินสถานการณ์และความสมดุลทางอำนาจในภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ การพบ F-35 สหรัฐฯ ยังสะท้อนให้เห็นถึงท่าทีที่แข็งกร้าวของสหรัฐฯ ต่อการค้ายาเสพติดในทะเลแคริบเบียน ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลทรัมป์ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การส่ง F-35 เข้ามาเสริมกำลัง แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ จริงจังกับการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด และพร้อมที่จะใช้กำลังทางทหารเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นอาจนำไปสู่การเผชิญหน้ากับเวเนซุเอลาได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อความขัดแย้งที่อาจบานปลาย การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการส่ง F-35 มายังภูมิภาคนี้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวนี้สร้างความกังวลให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบลาตินอเมริกาที่ต้องการเห็นความสงบและเสถียรภาพในภูมิภาค การใช้กำลังทหารอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด และควรให้ความสำคัญกับการเจรจาและการทูตเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติ
การพบ F-35 สหรัฐฯ ที่เปอร์โตริโก เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ในภูมิภาคแคริบเบียนและลาตินอเมริกา และเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มา – พบ F-35 สหรัฐฯ 5 ลำลงจอดในเปอร์โตรีโก ท่ามกลางความตึงเครียดกับเวเนซุเอลา