ผู้ว่าฯ ชัชชาติใช้กระสอบทราย อุดอุโมงค์!

ผู้ว่าชัชชาติ เผย ใช้กระสอบทราย 5 หมื่นลูกอุดอุโมงค์กันน้ำไหลเข้า ยันเป็นมาตรฐานสากล ชี้หลุมยุบเกิดกะทันหัน ไม่ได้เกิดมานานแล้ว

วันที่ 24 ก.ย.68 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีถนนสามเสน บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลยุบตัวว่า สถานการณ์ช่วงบ่ายมีดินสไลด์ในหลุมลึกเพิ่มเติม คาดว่าเกิดจากสาเหตุที่มีน้ำไหลเข้าไปในพื้นที่และอีกทั้งในหลุมเกิดเหตุมีช่องชาร์ป ที่ทำให้ดินเข้าไปในตัวอุโมงค์และตัวสถานีรถไฟฟ้าได้

ขณะนี้ รฟม. และบริษัทผู้รับเหมาได้นำกระสอบทรายกว่า 50,000 ลูก เทลงไปเพื่ออุดน้ำที่จะไหลลงอุโมงค์ จากการใช้แผนกระสอบทรายนี้ สังเกตดูก็มีความเสถียรมากขึ้น แต่ขณะนี้ยังมีปัญหาคือมีจุดที่เป็นช่องชาร์ป ซึ่งระหว่างนี้ต้องคุยกับผู้รับเหมาและ รฟม. ว่าจะขยับกระสอบทรายเข้าไปจุดนี้อย่างไร แต่เชื่อว่าการใช้กระสอบทรายจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นและเห็นเสถียรภาพในการปรับปรุงระบบ

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า แผนจากนี้จะเทคอนกรีตเพิ่มเติมในจุดที่ทิ้งกระสอบทรายเพื่อให้เกิดเสถียรภาพมากขึ้น เพื่อให้หยุดการเคลื่อนของดิน โดยรวมอาคารที่เข้าเกณฑ์เสี่ยงอันตรายคือ สน.สามเสน เนื่องจากดินด้านล่างอาคารไหลออกไปก็จะทำให้อาคารด้านบนไม่มั่นคง ทั้งนี้พื้นที่ถนนสุโขทัยยังพบว่ามีความเคลื่อนไหวบางจุดอยู่ วันนี้ กทม. สั่งห้ามรถใหญ่เข้าในพื้นที่แล้ว แต่หลังจากนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญลงไปตรวจสอบว่าจำเป็นต้องถึงขั้นสั่งงดการจราจรบนถนนสุโขทัยด้วยหรือไม่

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ในส่วนความมั่นคงของโรงพยาบาลทั้ง 2 อาคารที่ใกล้ที่เกิดเหตุคาดว่าไม่เป็นปัญหา ส่วนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขณะนี้ทราบว่ามีที่พักหมดแล้ว ส่วนห้องแถวตรงหัวมุมถนนสามเสนมีผู้เช่า 21 รายเจ้าหน้าที่ติดตามครบแล้ว 10 รายบางส่วนแบ่งไปที่พักพิงชั่วคราวและบางส่วนไปพักที่โรงแรม

จากนี้สิ่งที่ กทม. ต้องทำทั้งหมดคือการลงพื้นที่ตรวจดูในชุมชนสวนอ้อยว่าไม่มีน้ำประปาหรือไฟฟ้าจำนวนกี่ครัวเรือน หัวใจหลักของการดำเนินการในพื้นที่ตอนนี้คือจะต้องดำเนินการปิดน้ำในพื้นที่ ขณะนี้การทรุดตัวชะลอลงเยอะแล้ว เราใช้เครื่องตัววัดเป็นเลเซอร์ที่ใช้ตัวเดียวกับ สตง. ติดตั้งอยู่สองจุด เพื่อดูการเคลื่อนไหวของตัวอาคาร จุดที่ต้องเป็นห่วงมากที่สุดคือดินที่อยู่ใต้ สน.สามเสน ว่าหากมีการสไลด์เพิ่ม จะทำให้เข็มมีความเสียหาย และเกิดการดึงรั้งออกมาได้

ส่วนการสไลด์ของดินเริ่มจากจุดที่จะนำกระสอบทรายไปอุด โดยบริเวณด้านในเป็นที่ว่างดินก็ไหลเข้าไปสู่อุโมงค์ที่ยาวเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เมตร ถ้าเราไม่อุดตรงนี้ เวลามีน้ำของเหลวก็จะไหลลงไปในได้ ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไม รฟม. ต้องขุดและนำกระสอบทรายทิ้งก่อน เพื่อไปอุดช่องว่างเหล่านี้

ที่ใช้กระสอบทรายเพราะเราต้องการหยุดการเคลื่อนที่ ก็ต้องใช้วิธีและหลักการทั่วไป เพราะไม่สามารถเอาคนลงไปได้ เนื่องจากกระสอบทรายมีความยืดหยุ่นปิดช่องว่างได้ละเอียด ดังนั้นเราใช้กระสอบทราย ดินก็ลอดไม่ได้ ก็จะสามารถขุดได้ และกระสอบทรายอนาคตสามารถเคลื่อนที่ออกได้ไม่ยาก หากต้องรื้อออกเพื่อทำอุโมงค์ใหม่ ก็สามารถใช้หัวเจาะเข้าไปได้ทำให้การก่อสร้างในอนาคตง่ายขึ้น ไม่ได้พังเหมือนตึก สตง.

ส่วนที่มีคนร้องเรียนว่ามีน้ำท่วมอยู่ที่ผิวจราจรก่อนที่ถนนทรุดนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า ในความคิดเห็นส่วนตัวเมื่อดินเกิดการทรุดตัว ท่อเกิดแตก น้ำเลยออกมาเยอะ แต่ดินยังไม่ไหลเข้าไปในท่อเยอะ จึงยังไม่พัง แต่การเคลื่อนตัวของดิน ท่อมันแข็ง เมื่อดินเคลื่อนตัวท่อมันก็เลยหลุดน้ำประปาก็เลยออกมา

นายชัชชาติ อธิบายอีกว่า สถานที่มี 2 ส่วน แต่ตัวกล่องไม่พัง แต่จุดที่มีปัญหาคือจุดที่อุโมงค์มาเชื่อมกับกล่องที่เป็นกำแพง ซึ่งเป็นจุดอ่อน เพราะอุโมงค์เป็นกลมๆ และมาเจอกับกำแพง ส่วนจะพังเพราะการทำของรถไฟฟ้าหรือชำรุดนั้น ตนเองไม่ทราบ แต่เป็นจุดที่มีรอยต่อทุกสถานีตามปกติ เป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังอยู่แล้ว

ผู้ว่าชัชชาติ เผย ใช้กระสอบทราย 5 หมื่นลูกอุดอุโมงค์กันน้ำไหลเข้า ยันเป็นมาตรฐานสากล

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณสามเสน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก การตัดสินใจใช้กระสอบทราย จำนวนมากเพื่ออุดอุโมงค์ แสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และความพยายามที่จะป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น

วิธีการใช้กระสอบทรายนี้ ถึงแม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็เป็นไปตามหลักวิศวกรรมพื้นฐานในการควบคุมการไหลของน้ำและดิน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาระยะยาวจำเป็นต้องมีการตรวจสอบโครงสร้างอย่างละเอียด และวางแผนการซ่อมแซมที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก

ทำไมต้องใช้กระสอบทรายอุดอุโมงค์?

การใช้กระสอบทรายจำนวนมากเพื่ออุดอุโมงค์ที่เกิดปัญหาน้ำไหลเข้า เป็นมาตรการที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติเน้นย้ำว่าเป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งมีเหตุผลหลายประการที่สนับสนุนการตัดสินใจนี้:

  • ความรวดเร็วและฉับไว: กระสอบทรายสามารถนำมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ความยืดหยุ่น: สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงให้เข้ากับพื้นที่ต่างๆ ได้ง่าย
  • การป้องกันดินสไลด์: ช่วยชะลอการเคลื่อนตัวของดิน และป้องกันไม่ให้ดินไหลลงไปในอุโมงค์เพิ่มเติม

นอกจากนี้ การใช้กระสอบทรายยังเป็นวิธีที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพในการจัดการกับปัญหาเบื้องต้น ก่อนที่จะดำเนินการแก้ไขในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินผลกระทบของการใช้กระสอบทรายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรการนี้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ตามมา หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสารและประกาศจากกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ผู้ว่าชัชชาติ เผย ใช้กระสอบทราย 5 หมื่นลูกอุดอุโมงค์กันน้ำไหลเข้า ยันเป็นมาตรฐานสากล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *