ป.ป.ช. ฟันอาญาคดีเมาท์เท่นบี
ป.ป.ช. ฟันอาญาคดีเมาท์เท่นบี หลังมีมติชี้มูลอดีตนายอำเภอสัตหีบและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กรณีปล่อยให้สถานประกอบการเมาท์เท่นบีเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กฎหมายไม่อนุญาตให้จัดตั้งสถานบริการ เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมจับตา เพราะเกี่ยวข้องทั้งการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ ความปลอดภัยของประชาชน และความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่โดยตรง
ตามข้อมูลการแถลงของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. คณะกรรมการมีมติชี้มูลผู้ถูกกล่าวหารวม 8 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือว่าที่พันตรี ชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน ซึ่งขณะเกิดเหตุเคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องหลายราย การชี้มูลดังกล่าวเป็นขั้นตอนตามกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. และผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิต่อสู้คดีตามกฎหมายในชั้นต่อไป
ป.ป.ช. ฟันอาญาคดีเมาท์เท่นบี
ประเด็นหลักของคดีอยู่ที่การปล่อยให้ร้านเมาท์เท่นบี หรือ MOUNTAIN B เลขที่ 2/51 หมู่ที่ 7 ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการ โดยไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย ร้านดังกล่าวเริ่มก่อสร้างในช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 และเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ลักษณะการให้บริการมีทั้งการเปิดเพลง การแสดงดนตรี และการให้ลูกค้าใช้บริการในช่วงเวลากลางคืน จึงเข้าข่ายสถานประกอบการที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรการควบคุมที่เกี่ยวข้อง
จากการไต่สวนยังพบว่า อาคารของร้านไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และไม่ได้แจ้งการก่อสร้างตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ประเด็นนี้สะท้อนว่าการตรวจสอบสถานที่ก่อนเปิดกิจการอาจไม่รัดกุมเพียงพอ ทั้งที่การก่อสร้างอาคารเพื่อรองรับผู้ใช้บริการจำนวนมากจำเป็นต้องมีการตรวจสอบโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ทางเข้าออก ระบบป้องกันอัคคีภัย และทางหนีไฟอย่างละเอียด
รายละเอียดข้อกล่าวหาและการตรวจสอบของ ป.ป.ช.
ก่อนเกิดเหตุ มีประชาชนร้องเรียนว่าร้านเมาท์เท่นบีเปิดเพลงและเล่นดนตรีเสียงดังในช่วงเวลาประมาณ 02.00-03.00 น. สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ พื้นที่อำเภอสัตหีบยังไม่อยู่ในเขตที่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามกฎหมาย การดำเนินกิจการของร้านจึงถูกพิจารณาว่าอาจเป็นการตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 รวมทั้งคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการ
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 01.00 น. เมื่อร้านเกิดเพลิงไหม้ โดยข้อมูลการตรวจสอบระบุว่าระบบไฟฟ้าภายในร้านอาจไม่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย เหตุเพลิงไหม้ครั้งนั้นทำให้ผู้ใช้บริการและนักดนตรีเสียชีวิต 26 ราย และมีผู้ได้รับอันตรายอีกหลายคน โศกนาฏกรรมดังกล่าวทำให้สังคมตั้งคำถามอย่างจริงจังถึงการตรวจสอบใบอนุญาต การควบคุมอาคาร และการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ประเด็นใบอนุญาต: ร้านถูกกล่าวหาว่าเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ
- ประเด็นพื้นที่: อำเภอสัตหีบเป็นพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- ประเด็นอาคาร: มีข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างหรือแจ้งการก่อสร้างตามกฎหมายควบคุมอาคาร
- ประเด็นความปลอดภัย: ระบบไฟฟ้าและมาตรการป้องกันอัคคีภัยถูกนำมาตรวจสอบหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้
- ประเด็นการกำกับดูแล: เจ้าหน้าที่รัฐถูกตรวจสอบว่าละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่ ป.ป.ช. ระบุว่ามีมูลความผิดทางอาญา ได้แก่ ว่าที่พันตรี ชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน นายพิเชฐ ธรรมโหร พันตำรวจโทสมศักดิ์ รู้ยิ่ง พันตำรวจตรีสมญา ชูสุขพลเยี่ยม ร้อยตำรวจเอกอาทิตย์ ศิลปะสุวรรณ นายกัณฑ์พงษ์ สุวรรณปทุมเลิศ และนายจรูญศักดิ์ งิ้วลาย โดยถูกพิจารณาว่าอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 นอกจากนี้ ยังมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ส่วนผู้ถูกกล่าวหาอีกราย คือ นายภูษิต วงษ์ภักดี ป.ป.ช. ระบุว่าพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนเบื้องต้นยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่ามีความผิดทางอาญาตามข้อกล่าวหา จึงให้ข้อกล่าวหาทางอาญาตกไป อย่างไรก็ตาม ยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดจะต้องพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
คำว่า “ชี้มูลความผิด” ไม่ได้หมายความว่าคดีสิ้นสุดแล้ว แต่เป็นผลจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ก่อนส่งเรื่องให้อัยการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ผู้ถูกกล่าวหายังสามารถชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อสู้คดี และใช้สิทธิตามกฎหมายได้ ดังนั้น การติดตามคดีควรยึดข้อมูลจากเอกสารทางราชการและคำพิพากษาของศาลเป็นหลัก ไม่ควรตัดสินความผิดล่วงหน้าจากกระแสข่าวหรือความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์
กรณีนี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ประกอบการสถานบันเทิงและหน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้าง ใบอนุญาตประกอบกิจการ ใบอนุญาตสถานบริการ ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ดับเพลิง ป้ายทางหนีไฟ และจำนวนผู้ใช้บริการให้ครบถ้วนก่อนเปิดดำเนินการ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ควรตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงรอให้เกิดเหตุร้ายหรือมีการร้องเรียนก่อนจึงเข้าไปดำเนินการ
ในมุมของประชาชน เหตุการณ์นี้เตือนให้ทุกคนสังเกตความปลอดภัยของสถานที่ก่อนเข้าใช้บริการ หากพบสถานประกอบการที่ไม่มีทางหนีไฟ แออัดเกินไป มีสายไฟไม่เป็นระเบียบ หรือเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เข้าตรวจสอบ การแจ้งเบาะแสตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยป้องกันความสูญเสียที่ไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้
ป.ป.ช. ฟันอาญาคดีเมาท์เท่นบี จึงไม่ใช่เพียงข่าวเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนความสำคัญของระบบใบอนุญาต การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการทุกแห่ง สังคมควรติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างรอบคอบ พร้อมผลักดันให้หน่วยงานรัฐยกระดับการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีก
ท้ายที่สุด ความปลอดภัยของประชาชนควรเป็นหน้าที่ร่วมกันของผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ และผู้ใช้บริการ หากทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง ตรวจสอบอย่างโปร่งใส และไม่ปล่อยผ่านสัญญาณความเสี่ยง ย่อมช่วยลดโอกาสเกิดเหตุร้ายและสร้างมาตรฐานสถานบริการที่ปลอดภัยกว่าเดิมได้
ที่มา – ป.ป.ช. ฟันอาญา อดีตนายอำเภอสัตหีบ กับพวก ปล่อย‘เมาท์เท่นบี’เปิดไร้ใบอนุญาต