ป๋อง สุพรรณ เข้าพบตำรวจ แจงฐานะพยานมูลนิธิหวันโชติ
ป๋อง สุพรรณ เข้าพบตำรวจ แจงฐานะพยานมูลนิธิหวันโชติ หลังมีชื่อปรากฏเป็นกรรมการจัดตั้งมูลนิธิหวันโชติ โดยเจ้าตัวเดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. พร้อมนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญ การสร้างพระ และกิจกรรมต่าง ๆ ของมูลนิธิไปมอบให้ตำรวจ ยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้เป็นผู้ต้องหา และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินของมูลนิธิ
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระชื่อดัง เดินทางมายังศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเข้าให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีมีชื่อของเขาเป็นหนึ่งในกรรมการจัดตั้งมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ที่ถูกจับกุมดำเนินคดี
ป๋อง สุพรรณ เข้าพบตำรวจ แจงฐานะพยานมูลนิธิหวันโชติ
ทันทีที่เดินทางมาถึง ป๋อง สุพรรณ มีท่าทีผ่อนคลายและยิ้มให้กับผู้สื่อข่าว พร้อมชูมือทำมินิฮาร์ท ก่อนเปิดเผยว่า วันนี้ตั้งใจมาให้ปากคำในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา การเดินทางมาครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะเขามีชื่ออยู่ในกลุ่มกรรมการจัดตั้งมูลนิธิ จึงต้องเข้ามาให้ข้อมูลตามขั้นตอน และนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมอบให้ตำรวจเพื่อประกอบการตรวจสอบ
เอกสารที่นำมาเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการทำบุญ การสร้างพระแต่ละรุ่น และการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของมูลนิธิ โดยป๋อง สุพรรณ อธิบายว่า บทบาทของตนเองส่วนใหญ่คือช่วยประสานงาน ดูแบบพระ ช่วยประชาสัมพันธ์ และร่วมทำพิธีต่าง ๆ ด้วยความศรัทธา ไม่ได้เข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือรับเงินจากกิจกรรมเหล่านั้น
ป๋อง สุพรรณ ยืนยันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงิน
ประเด็นสำคัญที่หลายคนจับตามองคือหน้าที่ของป๋อง สุพรรณ ในฐานะกรรมการมูลนิธิ เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงิน เพราะอำนาจดังกล่าวอยู่กับอดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ กรรมการ และบุคคลที่อดีตเจ้าอาวาสมอบหมายให้ดำเนินการ เขาระบุว่าตนเองเป็นเพียงลูกศิษย์ที่มีความศรัทธาและเดินทางไปทำบุญ เมื่อได้รับการขอให้ช่วยเป็นกรรมการจัดตั้งมูลนิธิ จึงตอบรับด้วยความตั้งใจที่จะช่วยงานที่เห็นว่าเป็นประโยชน์
ป๋อง สุพรรณ ยังกล่าวว่า เงินที่ทราบว่าถูกโอนเข้ามายังมูลนิธิมีประมาณ 20 ล้านบาท และเงินดังกล่าวยังอยู่ โดยมีบางส่วนถูกนำไปซื้อเครื่องมือทางการแพทย์และข้าวสารเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่มีการจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมา กลับไม่เคยมีการเรียกประชุมกรรมการอย่างเป็นทางการ ทำให้เขาไม่ได้รับทราบรายละเอียดการบริหารจัดการทั้งหมด
- ป๋อง สุพรรณ เดินทางไปพบตำรวจในฐานะพยาน
- นำเอกสารเกี่ยวกับการทำบุญและการสร้างพระไปมอบให้เจ้าหน้าที่
- ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินของมูลนิธิ
- ระบุว่าเงินบางส่วนถูกใช้ซื้อเครื่องมือแพทย์และข้าวสารช่วยชาวบ้าน
- ยอมรับว่าไม่เคยมีการเรียกประชุมกรรมการนับตั้งแต่ก่อตั้งมูลนิธิ
สำหรับความรู้สึกหลังอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ถูกจับกุม ป๋อง สุพรรณ ยอมรับว่าเสียใจ จุกอก และพูดไม่ออก เพราะที่ผ่านมาเขามีความศรัทธาและเคยเข้าไปทำบุญที่วัดมาเป็นเวลานาน สาเหตุที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างละเอียด เนื่องจากไม่ต้องการทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย พร้อมระบุว่าหากใครทำผิดก็ต้องรับผิดไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม
ป๋อง สุพรรณ เล่าว่า ตนเองเป็นเพียงลูกศิษย์ทั่วไปที่เดินทางไปทำบุญ ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารงานภายในวัดมากนัก ความศรัทธาที่มีต่อพระและวัดเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เขาจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบและดำเนินการตามหลักฐาน โดยไม่ควรตัดสินใครจากกระแสข่าวเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อพระราชภาวนาวชิรคุณ หรือหลวงปู่จื่อ พันธมุตโต อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาตาเงาะอุดมพร จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมรณภาพไปก่อนหน้านี้ โดยป๋อง สุพรรณ เคยเข้าไปกราบไหว้และให้ความเคารพอย่างมาก เขาเล่าว่าเคยบอกหลวงปู่ว่าไม่มีใครแล้ว เหลือเพียงพ่อองค์เดียวที่จะกราบไหว้ และยังเคยพานักมวยเข้าไปกราบไหว้ด้วย ความผูกพันดังกล่าวสะท้อนว่าเขาให้ความสำคัญกับศรัทธาทางศาสนาเป็นอย่างมาก
เมื่อถูกถามถึงบุคคลที่ถูกเรียกว่า “สีกาเอ๋” ป๋อง สุพรรณ ระบุว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แม้จะเคยเห็นหน้าอยู่บ้างก็ตาม เขาย้ำว่าโดยปกติไม่ได้สุงสิงกับเรื่องภายในวัดมากนัก แต่จะเข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อหรือองค์หลวงพ่อจตุคามเป็นประจำทุกวันพฤหัสบดี พร้อมยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้เป็นผู้สร้างเหรียญเหนือดวง
ส่วนประเด็นเรื่องการถวายทอง เจ้าตัวระบุว่าจะออกมาอธิบายรายละเอียดในโอกาสต่อไป และยืนยันว่าไม่มีอะไรต้องปิดบัง เพียงต้องการรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนก่อนเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับความเสียหายเกินกว่าข้อเท็จจริง
ป๋อง สุพรรณ ยังชี้แจงเรื่องช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับเหรียญเหนือดวงว่า เหรียญดังกล่าวสร้างขึ้นในปี 2549 แต่ตัวเขาเข้าไปกราบไหว้ภายในวัดในปี 2551 และเข้าพิธีบวชภายในวัดในปี 2559 ข้อมูลด้านลำดับเวลานี้จึงเป็นประเด็นที่เขาต้องการให้สังคมรับทราบ เพื่อให้แยกแยะบทบาทของแต่ละบุคคลออกจากกันอย่างชัดเจน
การเข้าให้ปากคำครั้งนี้ ป๋อง สุพรรณ ระบุว่าไม่ได้อยากเดินทางมา แต่จำเป็นต้องมาเพราะเป็นหนึ่งในกรรมการจัดตั้งมูลนิธิ และกรรมการคนอื่น ๆ ได้เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจเกือบครบแล้ว เหลือเพียงเขาที่ต้องมาชี้แจงด้วยตัวเอง การให้ข้อมูลจึงเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและช่วยให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงได้ครบถ้วนมากขึ้น
ในภาพรวม กรณีนี้ยังต้องรอผลการตรวจสอบเอกสาร เส้นทางการเงิน และคำให้การของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด การมีชื่อเป็นกรรมการจัดตั้งมูลนิธิไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะมีอำนาจบริหารหรือเกี่ยวข้องกับธุรกรรมทุกประเภท ดังนั้น การพิจารณาความรับผิดควรยึดตามหน้าที่จริง หลักฐานทางการเงิน และข้อเท็จจริงที่ตำรวจตรวจสอบได้
สำหรับผู้ติดตามข่าว ควรใช้วิจารณญาณและรอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินและการดำเนินงานของมูลนิธิ ขณะที่ ป๋อง สุพรรณ เข้าพบตำรวจ แจงฐานะพยานมูลนิธิหวันโชติ เพื่อยืนยันบทบาทของตนเองและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดขึ้น
ท้ายที่สุด เรื่องนี้ควรปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ทุกฝ่ายควรได้รับโอกาสชี้แจง และสังคมควรติดตามข้อมูลจากหลักฐานมากกว่าการคาดเดา หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีหรือผลตรวจสอบทางการเงิน ก็จะช่วยตอบคำถามต่าง ๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ที่มา – ‘ป๋อง สุพรรณ’ ยิ้มสู้เข้าพบตร. แจงฐานะพยานปมมูลนิธิหวันโชติ ยันไม่เกี่ยวเบิกจ่ายเงิน