ปิดหีบกิจกรรม จำลองลงประชามติถอดถอนกกต. 470 คน

ในค่ำคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.30 น. เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนพลังของประชาชน เมื่อแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ร่วมกับภาคประชาชน ได้ปิดหีบกิจกรรม จำลองลงประชามติถอดถอนกกต. โดยมีประชาชนเข้าร่วมออกเสียงถึง 470 คน กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การจำลอง แต่เป็นการแสดงจุดยืนชัดเจนต่อปัญหาการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถูกวิจารณ์หนักในหลายประเด็น

ปิดหีบกิจกรรม จำลองลงประชามติถอดถอนกกต.

กิจกรรมปิดหีบกิจกรรม จำลองลงประชามติถอดถอนกกต. นี้ จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีปัญหาในการจัดการเลือกตั้งหลายครั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติที่ผ่านมา ตัวแทนภาคประชาชนได้เก็บคูหา voting ปิดหีบอย่างเป็นทางการ และใช้เทปใสซีลหีบเพื่อความโปร่งใส จากนั้นงดเวทีปราศรัย หันมาเตรียมสถานที่นับคะแนนทันที สร้างบรรยากาศตึงเครียดแต่เปี่ยมด้วยความหวัง

ประชาชนร่วมออกเสียง 470 คน

ตัวเลข 470 คนที่เข้าร่วม ไม่ใช่น้อยเลยสำหรับกิจกรรมจำลอง มันแสดงให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากยังคงสนใจเรื่องการเมืองและการตรวจสอบอำนาจ แม้จะเป็นเพียงการจำลอง แต่ก็เป็นสัญญาณว่าประชาชนพร้อมใช้สิทธิในรูปแบบต่างๆ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลง

กระบวนการนับคะแนนอย่างโปร่งใส

หลังปิดหีบ ทีมตัวแทนนำตะกร้าสีต่างๆ มาจัดวาง โดยติดป้ายชัดเจน ดังนี้:

  • ไม่ประสงค์ลงคะแนน สำหรับผู้ที่เลือกไม่ลงคะแนน
  • บัตรดี สำหรับคะแนนเห็นด้วยการถอดถอน
  • บัตรเสีย สำหรับคะแนนไม่เห็นด้วย

กระดาษป้ายถูกติดบนไวท์บอร์ดเพื่อให้ทุกคนเห็น จากนั้นแกนนำประกาศเริ่มนับคะแนน สมาชิกเปิดหีบต่อหน้าสาธารณะ หยิบบัตรทีละใบ ประกาศผลดังๆ และมีตัวแทนถือบัตรเดินโชว์รอบๆ เพื่อยืนยันความโปร่งใส แม้จะมีเหตุไฟดับชั่วครู่ แต่ทีมงานรีสตาร์ททันที ไม่ปล่อยให้ความโปร่งใสสะดุด

กิจกรรมนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ โดยกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งสืบเนื่องจากม็อบนักเรียนเลวและเยาวชนปลดแอก ยังคงเคลื่อนไหวต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องประชามติจริงจังในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งที่ถูกมองว่าละเลยหน้าที่ กกต. ถูกวิจารณ์เรื่องการรับรองผลเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส การยุติธรรมในการตรวจสอบผู้สมัคร และการจัดการเลือกตั้งที่ล่าช้า ส่งผลกระทบต่อประชาธิปไตยไทย

นอกจากนี้ การจำลองประชามติครั้งนี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญว่าประชาชนสามารถสร้างกลไกตรวจสอบได้เอง แม้รัฐสภาไม่ขยับ กิจกรรมเช่นนี้ช่วยกระตุ้นให้คนตื่นตัวทางการเมือง ลดช่องว่างระหว่างประชาชนกับผู้มีอำนาจ หากมีครั้งต่อไป คาดว่าจะมีผู้มาร่วมมากขึ้น เพราะในยุคดิจิทัล ข่าวแพร่กระจายเร็ว

จากประสบการณ์ กิจกรรมประชามติจำลองในอดีต เช่น เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ มักนำไปสู่การเคลื่อนไหวใหญ่ สะท้อนว่าประชาชนไทยไม่ยอมนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรม การปิดหีบกิจกรรม จำลองลงประชามติถอดถอนกกต. จึงเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ในมุมมองของผู้เขียน กิจกรรมนี้พิสูจน์ว่าพลังประชาชนยังคงแข็งแกร่ง แม้การเมืองจะซับซ้อน แต่การมีส่วนร่วมคือกุญแจสำคัญ หาก กกต. ไม่ปรับปรุง ประชามติจริงอาจไม่ไกลเกินเอื้อม คุณล่ะ คิดอย่างไร? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลให้เพื่อนๆ รู้!

ที่มา – ปิดหีบกิจกรรม จำลองลงประชามติถอดถอนกกต. ประชาชนร่วมออกเสียง 470 คน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *