ปวิธ เปิดหรู ตามผู้นำกอล์ฟ เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น
ปวิธ เปิดหรู ตามผู้นำกอล์ฟ เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น
ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ เปิดฉากการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกกอล์ฟ เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น รอบแรก หลังทำผลงาน 5 อันเดอร์พาร์ 65 รั้งอันดับ 4 ร่วม และตามกลุ่มผู้นำเพียงสโตรคเดียว ถือเป็นการเริ่มต้นที่น่าประทับใจของโปรไช้ในรายการที่เขาเคยคว้าแชมป์มาแล้วเมื่อปี 2016
การแข่งขันรอบแรกมีขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่สนามมาเก๊า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สนามแห่งนี้มีระยะ 6,713 หลา พาร์ 70 และต้องเจอกับสภาพลมแรง ซึ่งสร้างความยากให้กับผู้เล่นหลายคน อย่างไรก็ตาม ปวิธสามารถควบคุมเกมได้ดีทั้งการไดรฟ์ การตีขึ้นกรีน และการพัตต์ จนจบรอบด้วยสกอร์ที่อยู่ในกลุ่มหัวตาราง
ฟอร์มเด่นของปวิธในรอบแรก
ปวิธเริ่มต้นรอบด้วยการเสียโบกี้ที่หลุม 5 แต่ไม่ได้ทำให้เสียสมาธิ เขาค่อยๆ แก้สถานการณ์ด้วยการเก็บเบอร์ดี้คืนถึง 6 หลุม ทำให้จบ 18 หลุมด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 65 ผลงานดังกล่าวทำให้เขาอยู่ในอันดับ 4 ร่วมกับเฮนริก สเตนสัน อดีตแชมป์เมเจอร์ ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ปี 2016 จากสวีเดน รวมถึงผู้เล่นอีก 4 คน
กลุ่มผู้นำมีสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ 64 เท่ากัน 3 คน ได้แก่ อิม ซองแจ โปรแกร่งจากเกาหลีใต้ เจ้าของแชมป์พีจีเอทัวร์ 2 รายการ, โจว หยานฮัน นักกอล์ฟจากจีน และวิล โฟลริโม จากออสเตรเลีย ทำให้ปวิธมีโอกาสลุ้นขยับขึ้นไปเป็นผู้นำได้ในรอบต่อไป หากยังรักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างต่อเนื่อง
หลังจบรอบแรก ปวิธเปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันที่เล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ต้องรับมือกับลมแรงในช่วงเช้า ซึ่งทำให้การคำนวณระยะทำได้ยากขึ้น แต่การไดรฟ์ที่อยู่ในแฟร์เวย์ช่วยให้เขาตีขึ้นกรีนได้ง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ การพัตต์ยังทำได้ดีและช่วยเปลี่ยนโอกาสให้เป็นเบอร์ดี้หลายหลุม
โปรไช้ยังกล่าวถึงสภาพสนามว่า กรีนในปีนี้มีความสมบูรณ์และเรียบเนียนกว่าที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีความเร็วมากขึ้น ซึ่งเป็นสภาพกรีนที่เขาชื่นชอบ แม้จะมีพลาดสามพัตต์อยู่หนึ่งหลุม แต่เป็นหลุมพาร์ 4 ที่มีความยาก จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจโดยรวม
นักกอล์ฟไทยทำผลงานน่าพอใจ
นอกจากปวิธแล้ว นักกอล์ฟไทยหลายคนก็ทำผลงานได้ดีในรอบแรกของ เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น โดยสดมภ์ แก้วกาญจนา หรือโปรเพชร ทำ 4 อันเดอร์พาร์ 66 จาก 4 เบอร์ดี้แบบไม่เสียโบกี้ รั้งอันดับ 11 ร่วมกับผู้เล่นอีก 5 คน ผลงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของสดมภ์ หลังเพิ่งคว้าเหรียญทองแดงประเภทบุคคลในการแข่งขันเอเชียน เกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ขณะที่อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์, เศรษฐี ประคองเวช และรัญชนพงศ์ อยู่ประยงค์ ต่างทำสกอร์คนละ 3 อันเดอร์พาร์ 67 รั้งอันดับ 18 ร่วม ด้านอติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ หรือโปรแจ๊ส อดีตมือหนึ่งเอเชียน ทัวร์ ปี 2019 และภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ เจ้าของแชมป์เอเชียน ทัวร์ 4 รายการ ทำได้คนละ 1 อันเดอร์พาร์ 69
- ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ: 5 อันเดอร์พาร์ 65 อันดับ 4 ร่วม
- สดมภ์ แก้วกาญจนา: 4 อันเดอร์พาร์ 66 อันดับ 11 ร่วม
- อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์: 3 อันเดอร์พาร์ 67 อันดับ 18 ร่วม
- เศรษฐี ประคองเวช: 3 อันเดอร์พาร์ 67 อันดับ 18 ร่วม
- รัญชนพงศ์ อยู่ประยงค์: 3 อันเดอร์พาร์ 67 อันดับ 18 ร่วม
สำหรับสองนักกอล์ฟชื่อดังระดับโลกอย่างพอล เคซีย์ อดีตมือ 3 ของโลกจากอังกฤษ และปีเตอร์ ยูไลน์ ผู้เล่นจากลิฟกอล์ฟชาวอเมริกัน ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ โดยทั้งคู่ทำเกินคนละ 1 โอเวอร์พาร์ 71 ทำให้ต้องเร่งทำผลงานในรอบต่อไปเพื่อผ่านการตัดตัวและกลับเข้าสู่การแข่งขันลุ้นแชมป์
ลุ้นต่อรอบสองที่มาเก๊า
ศึกกอล์ฟรายการนี้จัดโดยเอเชียน ทัวร์ ร่วมกับสำนักงานกีฬาเขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เอสเจเอ็ม รีสอร์ท เอส.เอ. สมาคมกอล์ฟมาเก๊า และไอเอ็มจี มีนักกอล์ฟเข้าร่วมทั้งหมด 144 คนจาก 27 ประเทศ ในจำนวนนี้เป็นนักกอล์ฟไทยถึง 26 คน
เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านบาท ขณะที่แชมป์จะได้รับเงินรางวัล 180,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6 ล้านบาท ด้วยเงินรางวัลและคะแนนสะสมที่มีความสำคัญ ทำให้การแข่งขันในทุกวันเต็มไปด้วยความเข้มข้น โดยเฉพาะการแย่งตำแหน่งผู้นำในช่วงต้นรายการ
สำหรับปวิธซึ่งกำลังเป็นผู้นำอันดับคะแนนสะสมเอเชียน ทัวร์ ออร์เดอร์ ออฟ เมอริต การออกสตาร์ตด้วยอันดับ 4 ร่วมถือเป็นสัญญาณที่ดี เขาแสดงให้เห็นถึงความนิ่งและประสบการณ์ โดยเฉพาะการรับมือกับช่วงที่เสียโบกี้ได้อย่างรวดเร็ว การเก็บ 6 เบอร์ดี้ในวันเดียวจึงเป็นจุดเด่นสำคัญที่ช่วยให้เขากลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์
ปวิธย้ำว่า เป้าหมายในรอบต่อไปคือการอยู่กับปัจจุบันและโฟกัสกับช็อตที่อยู่ตรงหน้า ไม่คิดล่วงหน้าถึงผลการแข่งขันหรืออันดับบนลีดเดอร์บอร์ด แนวคิดนี้น่าจะช่วยให้เขารักษาสมาธิได้ดี เพราะการแข่งขันยังเหลืออีกหลายรอบและทุกหลุมสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้
แฟนกอล์ฟไทยจึงต้องติดตามผลงานของปวิธและนักกอล์ฟไทยในรอบต่อไปอย่างใกล้ชิด หากโปรไช้ยังไดรฟ์ได้แม่น พัตต์ได้เฉียบคม และควบคุมอารมณ์ได้เหมือนรอบแรก เขามีโอกาสดีที่จะขยับขึ้นไปลุ้นตำแหน่งผู้นำและสร้างผลงานโดดเด่นในรายการที่เคยคว้าแชมป์มาแล้ว
มุมมองที่น่าสนใจจากรอบแรกคือ ปวิธไม่ได้อาศัยเพียงการทำเบอร์ดี้จำนวนมากเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการวางแผนและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ หากเขารักษาความสม่ำเสมอได้ตลอดการแข่งขัน เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น ปีนี้อาจเป็นอีกเวทีที่โปรไทยสร้างความประทับใจให้แฟนกีฬาได้อย่างเต็มที่
ที่มา – ปวิธ เปิดหรู ตามกลุ่มผู้นำสโตรคเดียวกอล์ฟ เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น รอบแรก