ปวิธรั้งที่ 5 ร่วม กอล์ฟ มาเก๊า โอเพ่น
ปวิธรั้งที่ 5 ร่วม กอล์ฟ มาเก๊า โอเพ่น
ปวิธรั้งที่ 5 ร่วม กอล์ฟ มาเก๊า โอเพ่น หลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในรอบสามของการแข่งขัน เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น 2026 โดยโปรไช้ ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ เก็บเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 67 ทำสกอร์รวมสามวัน 9 อันเดอร์พาร์ 201 ขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มอันดับ 5 ร่วมได้สำเร็จ การแข่งขันจัดขึ้นที่สนามมาเก๊า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า ประเทศจีน
ผลงานดังกล่าวทำให้ปวิธตามหลังผู้นำร่วมอย่าง อิม ซองแจ โปรชื่อดังจากเกาหลีใต้ และหวัง เหว่ยซวน นักกอล์ฟจากไชนีสไทเป อยู่ 5 สโตรค โดยการแข่งขันยังเหลืออีกหนึ่งรอบให้ลุ้น จึงถือว่าสถานการณ์บนลีดเดอร์บอร์ดยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด โดยเฉพาะสนามที่มีลมแรงและกรีนค่อนข้างเร็วแบบมาเก๊า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ
ปวิธรั้งที่ 5 ร่วม กอล์ฟ มาเก๊า โอเพ่น หลังเกมรอบสาม
ในรอบสาม ปวิธออกสตาร์ตด้วยการเล่นที่รัดกุม ก่อนทำผลงานรวม 6 เบอร์ดี้ และเสีย 3 โบกี้ จบวันที่สกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 67 จุดเด่นของเกมอยู่ที่การชิพและการพัตต์ ซึ่งช่วยให้เขารักษาสกอร์ได้ดี แม้ต้องเผชิญกับลมที่แรงขึ้นและกรีนที่แห้งและเร็วกว่าเดิม การควบคุมอารมณ์และการเลือกตำแหน่งเล่นจึงมีส่วนสำคัญต่อการขยับอันดับในครั้งนี้
ปวิธเคยคว้าแชมป์รายการนี้มาแล้วในปี 2016 ทำให้มีประสบการณ์กับสภาพสนามและบรรยากาศการแข่งขันเป็นอย่างดี เจ้าตัวระบุว่าการพัตต์เป็นปัจจัยสำคัญมาก เพราะหากสามารถอ่านไลน์และควบคุมน้ำหนักได้ดี ก็จะช่วยสร้างโอกาสทำเบอร์ดี้และลดความผิดพลาดในแต่ละหลุมได้ นอกจากนี้ การเล่นให้ลูกอยู่ในตำแหน่งที่ทำช็อตต่อไปได้ง่าย ยังเป็นแผนหลักของเขาในรอบสุดท้าย
- ปวิธทำเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 67 ในรอบสาม
- สกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ 201 อยู่อันดับ 5 ร่วม
- ตามหลังผู้นำร่วม 5 สโตรค
- ผู้นำร่วมคือ อิม ซองแจ และหวัง เหว่ยซวน
- การแข่งขันชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สถานการณ์ผู้นำและผลงานนักกอล์ฟไทย
อิม ซองแจ ซึ่งเป็นผู้นำมาตั้งแต่รอบแรก เก็บเพิ่ม 1 อันเดอร์พาร์ 69 ทำสกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ 196 ขณะที่หวัง เหว่ยซวนเร่งเครื่องในรอบนี้ด้วยการทำ 4 อันเดอร์พาร์ 66 ส่งผลให้ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำร่วม การมีนักกอล์ฟชั้นนำอยู่ในตำแหน่งหัวตารางทำให้รอบสุดท้ายมีความเข้มข้นอย่างแน่นอน เพราะทุกสโตรคสามารถส่งผลต่ออันดับและเงินรางวัลได้โดยตรง
สำหรับนักกอล์ฟไทยคนอื่น ๆ ศรุต วงค์ชัยสิทธิ์ ทำผลงานได้ดีเช่นกัน หลังปิดรอบด้วยอีเกิ้ลที่หลุมสุดท้าย รวมสามวันมี 8 อันเดอร์พาร์ 202 อยู่ที่อันดับ 9 ร่วม ส่วนแดนไท บุญมา รั้งอันดับ 14 ร่วมด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 203 ด้านสดมภ์ แก้วกาญจนา อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ และธนภัทร พิชัยกุล มีสกอร์รวมเท่ากันที่ 6 อันเดอร์พาร์ 204 อยู่ในกลุ่มอันดับ 19 ร่วม
การแข่งขัน เอสเจเอ็ม มาเก๊า โอเพ่น 2026 จัดโดยเอเชียน ทัวร์ ร่วมกับหน่วยงานกีฬาเขตบริหารพิเศษมาเก๊า เอสเจเอ็ม รีสอร์ท เอส.เอ. สมาคมกอล์ฟมาเก๊า และไอเอ็มจี รายการนี้มีเงินรางวัลรวม 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านบาท ส่วนแชมป์จะได้รับเงินรางวัล 180,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6 ล้านบาท โดยมีนักกอล์ฟไทยผ่านการตัดตัวถึง 17 คน
ในรอบสุดท้าย ปวิธจำเป็นต้องรักษาแผนการเล่นของตัวเอง ไม่เร่งเกมเกินไป และให้ความสำคัญกับการควบคุมระยะบนกรีน หากลมยังคงแรง การเลือกเหล็กและการวางลูกให้ปลอดภัยจะเป็นกุญแจสำคัญ เช่นเดียวกับการพัตต์ที่ต้องแม่นยำเพื่อเปลี่ยนโอกาสให้เป็นสกอร์ การตามหลังผู้นำ 5 สโตรคอาจเป็นความท้าทาย แต่ในกอล์ฟ ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ภายในวันเดียว
ปวิธรั้งที่ 5 ร่วม กอล์ฟ มาเก๊า โอเพ่น จึงเป็นผลงานที่น่าจับตาอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเขาเป็นอดีตแชมป์และกำลังนำคะแนนสะสมเอเชียน ทัวร์ ออร์เดอร์ ออฟ เมอริต 2026 แฟนกอล์ฟชาวไทยสามารถติดตามลุ้นรอบสุดท้ายว่าเขาจะทำอันดับได้ดีเพียงใด ความเห็นส่วนตัวคือ หากปวิธยังรักษาความเฉียบคมในการชิพและพัตต์ได้เหมือนรอบสาม เขามีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์และขยับขึ้นไปลุ้นตำแหน่งแถวหน้าได้อย่างเต็มตัว
ที่มา – ปวิธ ตามสองผู้นำ 5 สโตรค ขยับรั้งที่ 5 ร่วม กอล์ฟ มาเก๊า โอเพ่น