ปปง.ยึดเพิ่มอีก 8.2 พันล้าน คดีสแกมเมอร์ เครือข่าย เบนสมิธ-ยิมเลียก

ปปง.ยึดเพิ่มอีก 8.2 พันล้าน คดีสแกมเมอร์ เครือข่าย เบนสมิธ-ยิมเลียก เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการอาชญากรรมทางการเงินในไทย เมื่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกมาตรการยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมมูลค่ามหาศาล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ที่ก่อความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก

ปปง.ยึดเพิ่มอีก 8.2 พันล้าน คดีสแกมเมอร์ เครือข่าย เบนสมิธ-ยิมเลียก

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 คณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 34 รายการที่เกี่ยวข้องกับคดีของ น.ส.แตงไทย กรณี ยิม เลียก นายเบน สมิธ นางวิรินยา น.ส.แคทรียา และพวก ไว้ชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน ทรัพย์สินเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ สิทธิเรียกร้องในสัญญากู้ยืมเงิน เงินฝากในธนาคาร ไปจนถึงเงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ มูลค่ารวมประมาณ 8,269 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย. 96/2569

รวมทั้งสิ้นทรัพย์สินที่ยึดและอายัดในคดีนี้แล้วมีถึง 102 รายการ มูลค่ารวมกว่า 20,392 ล้านบาท ถือเป็นการตีปีกขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างหนักหน่วง ปปง. ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ ก.ล.ต. ในการติดตามและดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง

รายละเอียดทรัพย์สินที่ถูกยึดในคดีนี้

  • รถยนต์หรูหลายคัน
  • สิทธิเรียกร้องจากสัญญากู้ยืมเงิน
  • เงินฝากในบัญชีธนาคารหลายแห่ง
  • หลักทรัพย์และเงินในบัญชีซื้อขายหุ้น
  • ทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่าสูง

ก่อนหน้านี้ ปปง. ได้ยึดทรัพย์สินในคดีนี้ไปแล้วมูลค่า 12,123 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.300/2568 ถึง ย.302/2568 และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ ฟ 31/2569

ขบวนการสแกมเมอร์เครือข่ายเบน สมิธ-ยิมเลียก มีพฤติกรรมกระทำความผิดฐานมูลฐานหลายประการ เช่น ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ฉ้อโกงประชาชน เป็นสมาชิกอั้งยี่ มีส่วนในองค์กรอาชญากรรม และฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ทำให้ประชาชนเสียหายจำนวนมาก การยึดทรัพย์สินครั้งนี้ไม่เพียงช่วยคืนเงินให้ผู้เสียหาย แต่ยังตัดวงจรเงินทุนของอาชญากร

ในยุคดิจิทัลที่สแกมเมอร์ใช้เทคโนโลยีหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชัน โซเชียลมีเดีย การที่ ปปง.ยึดเพิ่มอีก 8.2 พันล้าน คดีสแกมเมอร์ เครือข่าย เบนสมิธ-ยิมเลียก แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐในการต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์ ผู้ประกอบการและประชาชนควรตื่นตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ การปราบปรามขบวนการเหล่านี้ยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินไทย ลดความเสี่ยงจากการฟอกเงิน และปกป้องเศรษฐกิจโดยรวม หากเทียบกับคดีสแกมอื่นๆ คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงสุด

เพื่อป้องกันตัวเองจากสแกมเมอร์ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงิน ใช้แอปธนาคารที่ปลอดภัย และแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที สุดท้าย การดำเนินการของ ปปง. ในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการบังคับใช้กฎหมาย อย่าปล่อยให้สแกมเมอร์รอดพ้น! แชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ กันเถอะ

ที่มา – ปปง.ยึดเพิ่มอีก 8.2 พันล้าน คดีสแกมเมอร์ เครือข่าย เบนสมิธ-ยิมเลียก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *