ปธน.ไต้หวัน ตั้งเป้า งบฯกลาโหม 5% GDP ก่อนปี 73
ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ แห่งไต้หวัน ได้แถลงถึงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ งบฯกลาโหม แตะระดับ 5% ของ GDP ให้ได้ก่อนปี 2573 ซึ่งถือเป็นการยกระดับเป้าหมายด้านการทหารของไต้หวัน
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังรัฐบาลเพิ่งประกาศงบประมาณกลาโหมปีหน้า มูลค่า 9.495 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน (3.127 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือ 3.32% ของ GDP รวมถึงเงินทุนสำหรับหน่วยยามฝั่ง, ทหารผ่านศึก และโครงการพิเศษ
ท่าทีของไต้หวันเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางการทหารและการเมืองที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาลจีนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของตน และไม่เคยละทิ้งการใช้กำลัง
นอกจากนี้ ไต้หวันยังถูกเรียกร้องจากสหรัฐฯ ให้เพิ่มงบประมาณเพื่อป้องกันตนเอง เช่นเดียวกับที่สหรัฐฯ เคยแสดงท่าทีกดดันต่อชาติพันธมิตรในยุโรป
ระหว่างการตรวจเยี่ยมฐานทัพเรือแห่งหนึ่ง ปธน.ไล่กล่าวว่า ภัยคุกคามจากจีนทวีความรุนแรงขึ้น และหวังว่า งบฯกลาโหม จะถึง 5% ของ GDP ก่อนปี 2573 ได้
“นี่ไม่ใช่แค่การแสดงความมุ่งมั่นในการพิทักษ์ความมั่นคงของชาติ ปกป้องประชาธิปไตย เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนเท่านั้น” ปธน.ไล่กล่าว “แต่ยังเป็นการแสดงเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาคมโลก ร่วมกันป้องปราม และธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก”
ปธน.ไต้หวันประกาศตั้งเป้างบฯกลาโหม แตะระดับ 5% ของ GDP ให้ได้ก่อนปี 73
การเพิ่ม งบฯกลาโหม ของไต้หวันนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของภูมิภาค และเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องอธิปไตยของตนเอง
เป้าหมายงบฯ กลาโหม 5% GDP มีความหมายอย่างไร?
การตั้งเป้า งบฯกลาโหม ให้ถึง 5% ของ GDP นั้นแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของไต้หวันในการเสริมสร้างศักยภาพทางทหาร และเป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากจีน การเพิ่มงบประมาณนี้จะช่วยให้ไต้หวันสามารถจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย, พัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และเสริมสร้างกำลังพลให้มีความพร้อมในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ การเพิ่มงบประมาณกลาโหมยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังนานาชาติว่า ไต้หวันมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องตนเอง และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก การตัดสินใจเช่นนี้อาจนำไปสู่การสนับสนุนและความร่วมมือจากประเทศพันธมิตร รวมถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับไต้หวันมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มงบประมาณกลาโหมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ไต้หวันจำเป็นต้องพัฒนายุทธศาสตร์การป้องกันประเทศที่เหมาะสม, ปรับปรุงการฝึกอบรมกำลังพล และเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ระบบป้องกันภัยทางอากาศ, ขีปนาวุธ และเรือดำน้ำ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพไต้หวัน
โดยสรุปแล้ว การตั้งเป้าหมายงบประมาณกลาโหมที่ 5% ของ GDP นั้นเป็นการตัดสินใจที่สำคัญและมีความหมายต่ออนาคตของไต้หวัน การเพิ่มงบประมาณนี้จะช่วยให้ไต้หวันสามารถเสริมสร้างศักยภาพทางทหาร, ตอบสนองต่อภัยคุกคาม และรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคได้ในที่สุด
ในขณะที่ไต้หวันเดินหน้าสู่เป้าหมายนี้ สิ่งสำคัญคือต้องสร้างความสมดุลระหว่างการลงทุนด้านกลาโหมและการพัฒนาเศรษฐกิจ การมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจะช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายด้านกลาโหมและสร้างความมั่นคงในระยะยาว ดังนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการทหารจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอนาคตของไต้หวัน
ที่มา – ปธน.ไต้หวันประกาศตั้งเป้างบฯกลาโหม แตะระดับ 5% ของ GDP ให้ได้ก่อนปี 73