บัวแก้วประณาม! ทุ่นระเบิดสังหารเขมรทำไทยเสียขา

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้เผยแพร่แถลงการณ์แสดงความเสียใจไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของฝ่ายกัมพูชา จนเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียขา ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 11 แล้ว พร้อมทั้งประณามการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการประท้วงต่อเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารเขมร ไทยเสียขาที่ 11 โดยมีรายละเอียดทั้งหมด 4 ข้อ ดังนี้

  1. เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ชุดตรวจค้นทุ่นระเบิดจากกองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 ได้ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ฝ่ายกัมพูชาวางไว้ในพื้นที่เขาสัตตะโสม จังหวัดศรีสะเกษ ในขณะที่กำลังปฏิบัติภารกิจเสริมความมั่นคงในพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บและทุพพลภาพถาวรอีก 1 นาย
  2. จากการประเมินเบื้องต้น คาดการณ์ว่ายังมีทุ่นระเบิดสังหารเขมร ไทยเสียขาที่ 11 อีกเป็นจำนวนมากที่ฝ่ายกัมพูชาได้ทำการติดตั้งไว้ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้เข้าไปควบคุมก่อนที่จะมีการลงนามในแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) เกี่ยวกับการหยุดยิงในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย – กัมพูชา (GBC) สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียด เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงตามกรอบการปฏิบัติตาม Joint Statement
  3. ประเทศไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอประณามการใช้ทุ่นระเบิดสังหารเขมร ไทยเสียขาที่ 11 ของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย รวมถึงพันธกรณีตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) ที่กัมพูชาเป็นรัฐภาคีอย่างโจ่งแจ้งอีกครั้งหนึ่ง
  4. ในการนี้ ประเทศไทยจะมีหนังสือประท้วงไปยังกัมพูชา และจะดำเนินการตามกลไกของอนุสัญญาออตตาวาอย่างถึงที่สุดต่อไป รวมทั้งเรียกร้องให้กัมพูชาให้ความร่วมมืออย่างจริงใจในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาระสำคัญของแถลงการณ์ร่วมของการประชุม GBC ที่ทั้งสองฝ่ายมีพันธะที่จะต้องปฏิบัติตาม

บัวแก้วประณาม ทุ่นระเบิดสังหารเขมร ไทยเสียขาที่ 11

เหตุการณ์ทุ่นระเบิดสังหารเขมร ไทยเสียขาที่ 11 ที่เกิดขึ้นนี้ ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งรัดการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน และความสำคัญของการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกต่อไป

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ ทุ่นระเบิดสังหารเขมร ไทยเสียขาที่ 11

สถานการณ์บริเวณชายแดนยังคงตึงเครียด และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน การเจรจาและปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

การสูญเสียที่เกิดขึ้นจากทุ่นระเบิดสังหารเขมร ไทยเสียขาที่ 11 ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังสร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำรอย

นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับอันตรายจากทุ่นระเบิด และการส่งเสริมความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ถือเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดน

เหตุการณ์นี้นับเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และการให้ความเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างความมั่นคงและสันติสุขในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

การใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ถือเป็นการกระทำที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรม ซึ่งขัดต่อหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศและศีลธรรมอันดี การประณามการกระทำดังกล่าว และการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ทุ่นระเบิด จึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรสนับสนุนและร่วมมือกัน

ที่มา – บัวแก้ว ประฌาม ทุ่นระเบิดสังหารเขมร ไทยเสียขาที่ 11 ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *