บอสบุ๊ค เบรกใช้โซเชียล ร่วมแก้ปัญหาสโมสร
ประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลไทยยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังจาก ปิยะชนก ดาฤทธิ์ นักเตะร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด โพสต์ข้อความแสดงความไม่พอใจกรณีถูกยกเลิกสัญญา ทั้งที่อยู่ระหว่างการรักษาตัวหลังเข้ารับการผ่าตัด เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการโต้ตอบกันระหว่างนักเตะ ผู้ช่วยโค้ช และสโมสรผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย จนเรื่องราวขยายวงกว้างและกลายเป็นประเด็นที่แฟนบอลติดตามอย่างใกล้ชิด
ล่าสุด “บอสบุ๊ค” อาวุธ เอฟวา หนึ่งในผู้ถือหุ้นของสโมสร ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอให้ทุกฝ่ายหยุดใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่กล่าวหาหรือโต้เถียงกัน และหันหน้ากลับมาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า สโมสรต้องการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้
บอสบุ๊ค เบรกใช้โซเชียล และขอทุกฝ่ายคุยกัน
บอสบุ๊คเปิดเผยว่า ในช่วงแรกเขายังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือแสดงปฏิกิริยาใดๆ เพราะต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นและมีการโพสต์ข้อความตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง เขาจึงรู้สึกเป็นห่วงและหนักใจ เพราะมองว่าการสื่อสารลักษณะนี้ไม่เป็นผลดีต่อทั้งนักกีฬาและสโมสร
เขายังอธิบายเพิ่มเติมว่า ในอดีตทีมอาจอยู่ภายใต้การตัดสินใจของเขาเป็นหลัก แต่ปัจจุบันสโมสรมีผู้ถือหุ้นหลายราย และทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันคือการดูแลผลประโยชน์ของทีม รวมถึงการทำงานเพื่อคนร้อยเอ็ด ดังนั้น การตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น การเซ็นสัญญานักเตะ การยกเลิกสัญญา หรือการพิจารณาด้านวินัย จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนใดคนหนึ่งเพียงลำพัง
บอสบุ๊ค เบรกใช้โซเชียล หวังยุติการโต้เถียง
ปัจจุบันสโมสรได้แต่งตั้งคณะทำงานและคณะกรรมการด้านวินัยจำนวน 7 คน เพื่อร่วมกันพิจารณาเรื่องต่างๆ อย่างเป็นระบบ บอสบุ๊คย้ำว่า แม้เขาจะมีส่วนช่วยสนับสนุนด้านการเงินและมีความรักต่อสโมสร แต่ในโครงสร้างปัจจุบันเขาเป็นเพียงหนึ่งเสียงในการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น การบริหารงานจึงต้องอาศัยการตัดสินใจร่วมกันของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ประเด็นสำคัญที่เขาต้องการสื่อสารคือ ทุกคนควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหามากกว่าการเอาชนะกันบนโลกออนไลน์ การโพสต์ข้อความรุนแรงอาจทำให้ผู้ติดตามและแฟนบอลเข้าใจสถานการณ์เพียงด้านเดียว อีกทั้งยังอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของนักเตะ สโมสร และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในระยะยาว
- หยุดการกล่าวหาผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว
- เปิดพื้นที่พูดคุยอย่างเป็นทางการ ให้ทั้งนักเตะและสโมสรนำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกัน
- ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ก่อนตัดสินใจหรือเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ
- ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของทีม และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแฟนบอลและคนในจังหวัด
- หาทางออกร่วมกัน โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมและอนาคตของทุกฝ่าย
สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ความเห็นของบอสบุ๊คถือเป็นข้อเสนอที่ต้องการลดความร้อนแรงของประเด็น โดยเฉพาะในช่วงที่ข้อมูลจากแต่ละฝ่ายอาจยังไม่ครบถ้วน การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียสามารถช่วยให้สังคมรับรู้ข่าวสารได้รวดเร็ว แต่หากนำมาใช้เพื่อโต้ตอบหรือกล่าวหากันโดยไม่มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ก็อาจทำให้ปัญหาซับซ้อนและยากต่อการแก้ไขมากขึ้น
ในมุมของนักเตะ การถูกยกเลิกสัญญาระหว่างพักรักษาตัวหลังผ่าตัดย่อมเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อความรู้สึกและอนาคตในอาชีพ ขณะเดียวกัน สโมสรเองก็มีหน้าที่อธิบายเหตุผลและขั้นตอนการตัดสินใจให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องและแฟนบอลเข้าใจตรงกัน การหาทางออกจึงควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของเอกสาร สัญญา กฎระเบียบ และการพูดคุยที่เคารพซึ่งกันและกัน
บอสบุ๊คยอมรับว่า แม้เขาจะไม่ได้มีอำนาจโดยตรงในการสั่งให้ทุกฝ่ายหยุดการกระทำใดๆ แต่ในฐานะคนที่รักทั้งสโมสรและนักกีฬา เขาอยากเห็นเรื่องนี้จบลงด้วยดี เขาจึงขอร้องให้ทุกฝ่ายกลับเข้ามาหารือร่วมกัน แทนที่จะใช้พื้นที่ออนไลน์เป็นสนามตอบโต้ เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด หากยังเดินหน้าสาดข้อความใส่กันต่อไป ก็มีโอกาสสูญเสียมากกว่าที่จะได้รับประโยชน์
เหตุการณ์นี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสโมสรฟุตบอลยุคใหม่ว่า การวางระบบบริหารและการสื่อสารภายในมีความสำคัญไม่แพ้ผลงานในสนาม ทุกฝ่ายควรมีช่องทางร้องเรียนและเจรจาที่ชัดเจน รวมถึงกำหนดผู้รับผิดชอบในการสื่อสารกับสาธารณะอย่างเหมาะสม เมื่อเกิดปัญหา แถลงการณ์ที่มีข้อมูลครบถ้วนและการเจรจาโดยตรงย่อมช่วยลดความเข้าใจผิดได้ดีกว่าการตอบโต้แบบทันทีทันใด
ท้ายที่สุด บอสบุ๊ค เบรกใช้โซเชียล ไม่ได้หมายความว่าทุกฝ่ายต้องเงียบหรือหลีกเลี่ยงการชี้แจง แต่ต้องการให้การสื่อสารเกิดขึ้นด้วยความรับผิดชอบและมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหา หากนักเตะและสโมสรยอมเปิดใจพูดคุยกันอย่างจริงจัง เชื่อว่ายังมีโอกาสหาทางออกที่เหมาะสมและลดผลกระทบต่อทุกฝ่ายได้ แฟนบอลเองก็ควรติดตามข้อมูลอย่างมีสติ และรอข้อเท็จจริงจากกระบวนการพูดคุยอย่างเป็นทางการ
ความคิดเห็นส่วนตัวคือ ความขัดแย้งในวงการกีฬาไม่ควรถูกตัดสินผ่านกระแสออนไลน์เพียงอย่างเดียว การรักษาความเป็นมืออาชีพ การเคารพสิทธิของทุกฝ่าย และการร่วมกันหาทางออก คือแนวทางที่จะช่วยให้ทั้งนักเตะและสโมสรเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
ที่มา – บอสบุ๊ค เบรกทั้งนักเตะและสโมสรเลิกใช้โซเชียลสาดกัน ชี้ควรร่วมหาทางออกดีกว่า