บริษัทญี่ปุ่นล้มละลายสูงสุดในรอบ 12 ปี เพราะ?
สถานการณ์เศรษฐกิจในญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักหน่วง เมื่อบริษัทวิจัยสินเชื่ออย่าง โตเกียว โชโก รีเสิร์ช ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า จำนวนบริษัทญี่ปุ่นล้มละลายสูงสุดในรอบ 12 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2568 (เมษายน-กันยายน) ที่มีจำนวนบริษัทที่ต้องปิดตัวลงไปแล้วกว่า 5,100 ราย
บริษัทญี่ปุ่นล้มละลายสูงสุดในรอบ 12 ปี
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้บริษัทญี่ปุ่นล้มละลายสูงสุดในรอบ 12 ปี? ปัญหาหลักๆ มาจากสองปัจจัยสำคัญ คือ ภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง และต้นทุนการผลิตและดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่สามารถแบกรับภาระเหล่านี้ได้
ตามรายงานของโตเกียว โชโก รีเสิร์ช บริษัทที่ล้มละลายเหล่านี้มีหนี้สินอย่างน้อย 10 ล้านเยน (ประมาณ 66,000 ดอลลาร์สหรัฐ) และจำนวนบริษัทที่ล้มละลายเพิ่มขึ้นถึง 1.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นับเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
ผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็ก
ธุรกิจขนาดเล็กในญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างมาก โดยบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนต่ำกว่า 10 ล้านเยน และบริษัทที่มีหนี้สินต่ำกว่า 100 ล้านเยน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของบริษัทที่ล้มละลายทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้เปราะบางต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
ในขณะที่หนี้สินโดยรวมของบริษัทที่ล้มละลายลดลง 49.6% สู่ระดับ 6.927 แสนล้านเยน แต่การล้มละลายที่เกิดจากการขาดแคลนแรงงานกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเพิ่มขึ้นเป็น 202 ราย จาก 151 รายในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปีงบประมาณ 2556
เจ้าหน้าที่ของโตเกียว โชโก รีเสิร์ช ให้ความเห็นว่า การขึ้นค่าจ้างเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน แต่บริษัทที่ไม่มีความแข็งแกร่งทางการเงินเพียงพอจะไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ที่เสนอเงื่อนไขการจ้างงานที่ดีกว่าได้ และท้ายที่สุดก็ต้องล้มละลาย
นอกจากนี้ ต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น ทั้งอาหารและพลังงาน ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ก็กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาอุปสงค์ภายในประเทศ เช่น ธุรกิจร้านอาหาร
หากพิจารณาตามภาคส่วนอุตสาหกรรม จะพบว่าภาคบริการมีจำนวนบริษัทล้มละลายมากที่สุดถึง 1,762 ราย เพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว รองลงมาคือภาคการก่อสร้าง ซึ่งกำลังเผชิญกับต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นอย่างมาก
สถานการณ์ที่บริษัทญี่ปุ่นล้มละลายสูงสุดในรอบ 12 ปีนี้ เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่นและทั่วโลก จำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ทั้งในเรื่องของการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการจัดการกับต้นทุนที่สูงขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่านี้
การสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ให้มีความเข้มแข็งและสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้นั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลญี่ปุ่นอาจต้องพิจารณามาตรการช่วยเหลือทางการเงิน การฝึกอบรมทักษะ และการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้ SMEs สามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว
ที่มา – บริษัทญี่ปุ่นล้มละลายสูงสุดในรอบ 12 ปี จากปัญหาขาดแคลนแรงงาน