บช.น. แจงปม ไล่ออก พงส. เอี่ยวปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทา
บช.น. แจงปม ไล่ออก พงส. เอี่ยวปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทา จ่อฟันวินัยร้ายแรงอีก 4 นาย พบทำกันเป็นขบวนการ คาดเกลือเป็นหนอน อาจมี ตม. เอี่ยว
วันที่ 17 ม.ค. 2568 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.น. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. พร้อมชุดพนักงานสืบสวนสอบสวน บก.น.4
ได้รับรายงานเบาะแสพบพนักงานสอบสวน บก.น.4 จำนวน 5 ราย มีพฤติกรรมร่วมกับพวก ทำคดีช่วยเหลือผู้ต้องหาจีนเทารายสำคัญ อาทิ ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้ไม่ต้องถูกส่งกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน โดยเริ่มสืบสวนทำคดีตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2567
จากการตรวจสอบชุดสืบสวนสอบสวนพบข้อมูลว่า ร่วมกันทำเป็นขบวนการและมีเจ้าหน้าที่ ตม. มีส่วนร่วมด้วย วิธีการช่วยเหลือผู้ต้องหาจีนที่ถูกกักขังที่ ตม. ไม่ให้ส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่อาจมีโทษถึงขั้นประหารนั้น เจ้าหน้าที่จะติดต่อแจ้งบุคคลชาวจีนเทาเป้าหมายให้พนักงานสอบสวน
จากนั้นอุปโลกน์ผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีชาวจีนเทาคนดังกล่าวที่ สน. ดำเนินการขอศาลอนุมัติออกหมายจับเพื่อขออายัดตัวผู้ต้องหาชาวจีนที่ ตม. นำตัวมาสอบสวนที่ สน. มีบางรายผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาฉ้อโกง หรือคดีความผิดเกี่ยวกับทางเพศ
เจ้าของคดีนำผู้แจ้งความและชาวจีนเทามาสอบสวนด้วยกัน ก่อนใช้วิธีทำคดีสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา เนื่องจากผู้เสียหายยอมความประสงค์ดำเนินคดี หลังจากนั้นก็ปล่อยตัวชาวจีนเทาไม่นำตัวไปส่งกลับที่ ตม. เปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาจีนเทาหลบหนีไป
จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลพบว่า พนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องได้รับเงินหลักแสนบาท รับงานต่อจากหัวคิวอีกทอด หลังได้เงินจากจีนเทาตกหัวละหลักล้านบาท ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนเบื้องต้น เบื้องต้นคาดว่าเกลือเป็นหนอนอาจมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. เกี่ยวข้องร่วมด้วย ส่วนการดำเนินคดีพนักงานสอบสวนระดับ สว.-รอง สว. สังกัด บช.น. ทั้ง 5 รายนั้น ชุดสืบสวนสอบสวนส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ไปทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว จากนั้นมีคำสั่งไล่ออกจากราชการไปแล้ว 1 นาย
นอกจากนี้มีรายงานว่า ชุดสืบสวนสอบสวนขยายผลเอาผิดผู้ร่วมขบวนการที่มาแจ้งความเท็จดำเนินคดีจีนเทา เพื่อใช้เปิดทางให้ผู้ต้องหาหลบหนี รวมทั้ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เตรียมสั่งการให้ตรวจสอบเรื่องระเบียบการเบิกตัวผู้ต้องหาที่ห้องควบคุมใหม่ ป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
ด้าน พล.ต.ต.พัลภล กล่าวว่า ส่วนสำนวนคดีขณะนี้ได้ส่งให้ ป.ป.ช. ไปหมดแล้ว พนักงานสอบสวนที่กระทำความผิดทั้ง 5 ราย บช.น. มีคำสั่งให้ออกจากราชการไปแล้ว 1 นาย อีก 4 นาย ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ทั้งนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บช.น. แจงปม ไล่ออก พงส. เอี่ยวปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทา
จากกรณีข่าวการไล่ออก พงส. เอี่ยวปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทา ทาง บช.น. ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยมีการดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ความคืบหน้าล่าสุดคดีไล่ออก พงส. เอี่ยวปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทา
ความคืบหน้าล่าสุดของคดี ไล่ออก พงส. เอี่ยวปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทา พบว่ามีการดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำการทุจริตนั้น ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
การไล่ออก พงส. เอี่ยวปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทานี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าทาง บช.น. เอาจริงกับการปราบปรามการทุจริตในองค์กร และพร้อมที่จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
คดีนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ว่าจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และยึดมั่นในกฎหมาย หากกระทำการทุจริต ก็จะต้องได้รับผลกรรมที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทุจริต ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และทำให้ประชาชนมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม และปกป้องประชาชนอย่างแท้จริง
การขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย เพราะจะทำให้สามารถสาวถึงต้นตอของปัญหา และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต
ทาง บช.น. ควรที่จะให้ความสำคัญกับการตรวจสอบประวัติ และพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทุจริตเข้ามาในองค์กร และสร้างความเสียหายให้กับประชาชน
นอกจากนี้ ควรที่จะมีการให้ความรู้ และอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับจริยธรรม และกฎหมายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
การสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย เพราะจะทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น
คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับทุกองค์กร ว่าการทุจริตสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ และจะต้องมีการป้องกัน และแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร และประชาชน
เราหวังว่าคดีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในวงการตำรวจ และทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ตำรวจมากยิ่งขึ้น
การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับคดีนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจถึงปัญหา และแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตในวงการตำรวจได้ดียิ่งขึ้น
มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่โปร่งใส และปราศจากการทุจริต เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคน
การที่เราทุกคนร่วมมือกัน จะทำให้เราสามารถเอาชนะปัญหาการทุจริตได้ในที่สุด
ที่มา – บช.น.แจงปมไล่ออก พงส.เอี่ยวปล่อยตัวผู้ต้องกักจีนเทา จ่อฟันวินัยร้ายแรงอีก4นาย