น้าฉ่วย เผยไม่พร้อมจ่ายค่าเรียนโปรไลเซนส์งวดเดียวครึ่งล้าน

น้าฉ่วย เผยไม่พร้อมจ่ายค่าเรียนโปรไลเซนส์งวดเดียวครึ่งล้าน แบ่งจ่ายยังพอไหว เป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลไทยที่กำลังได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วประเทศ หลังจากที่ “น้าฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมลำดวนเพลิง ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ตัดสินใจถอนตัวจากการอบรมเอเอฟซี โปร ไลเซนส์ ครั้งที่ 4 ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

น้าฉ่วย เผยไม่พร้อมจ่ายค่าเรียนโปรไลเซนส์งวดเดียวครึ่งล้าน แบ่งจ่ายยังพอไหว

จากรายชื่อ 18 โค้ชที่สมาคมประกาศให้เข้าอบรมเอเอฟซี โปร ไลเซนส์ แต่ชื่อของน้าฉ่วยวัย 72 ปี และจันทร์เพ็ญ ศรีเสริม อดีตนักฟุตบอลหญิงทีมชาติ กลับหลุดออกไป เพราะจ่ายค่าอบรมไม่ทันกำหนดเวลา แม้ต้นสังกัดศรีสะเกษ ยูไนเต็ด จะยินดีออกค่าให้ แต่กุนซืออาวุโสรายนี้ยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วม เนื่องจากสมาคมกำหนดให้จ่ายเงินก้อนโตถึง 5 แสนบาท ในงวดเดียว

น้าฉ่วยเปิดใจอย่างตรงไปตรงมาว่า เงินจำนวนนี้มากเกินไปสำหรับเขา แม้จะพยายามต่อรองให้แบ่งจ่ายเป็นงวด แต่สมาคมยังยืนกรานในนโยบายเดิม ทำให้ต้องถอนตัวไปในที่สุด นอกจากนี้ การอบรมยังใช้เวลานานถึง 1 ปีเต็ม หากเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น สุขภาพหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เงินที่จ่ายไปจะสูญเปล่าโดยเฉพาะในวัย 72 ปีของเขา

เหตุผลที่ น้าฉ่วย เผยไม่พร้อมจ่ายค่าเรียนโปรไลเซนส์งวดเดียวครึ่งล้าน

  • ค่าอบรมสูงเกินเอื้อม: 5 แสนบาทงวดเดียว ไม่เหมาะกับโค้ชอิสระหรือทีมเล็ก
  • ระยะเวลายาวนาน: 1 ปี เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
  • เสี่ยงสูญเงิน: หากเรียนไม่จบ เงินจะถูกริบ ไม่มีการคืน
  • ขอแบ่งจ่าย: อย่างน้อยจ่ายครึ่งๆ เพื่อลดภาระ

ประวัติของน้าฉ่วยนั้นไม่ธรรมดา เขาเป็นกุนซือมากประสบการณ์ เคยคุมทีมไทยลีกหลายสโมสร และพายอดทีมชาติไทยรุ่น U19 คว้าแชมป์อาเซียนปี 2554 สู่วงชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้าย น้าฉ่วยยังเสนอว่า ฟุตบอลไทยลีก 1 ควรเปิดโอกาสให้โค้ชเอ-ไลเซนส์ทำงาน เพื่อสะสมประสบการณ์ โดยตอนนี้ไทยมีโค้ชระดับนี้เพียบ

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในวงการฟุตบอลไทย คือ ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากรที่สูงลิ่ว ทำให้โค้ชดีๆ หลายคนพลาดโอกาสเอเอฟซี โปร ไลเซนส์ ซึ่งเป็นใบอนุญาตระดับสูงสุดสำหรับโค้ชเอเชีย ช่วยยกระดับทีมชาติและสโมสรไทยให้แข่งขันในเวทีเอเชียได้ดีขึ้น หากสมาคมปรับนโยบายให้ยืดหยุ่น เช่น แบ่งจ่ายหรือสนับสนุนจากสปอนเซอร์ จะช่วยให้โค้ชไทยเข้าถึงได้มากขึ้น

เอเอฟซี โปร ไลเซนส์ คือหลักสูตรที่ครอบคลุมการวางแผน战术 การจัดการทีม และวิทยาศาสตร์กีฬา ใช้เวลาศึกษาทั้งทฤษฎีและปฏิบัติจริง โค้ชที่จบแล้วจะสามารถคุมทีมระดับทวีปได้ ซึ่งไทยต้องการอย่างยิ่งเพื่อไล่ตามชาติชั้นนำอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้

นอกจากน้าฉ่วย ยังมีโค้ชอื่นๆ ที่เผชิญปัญหาคล้ายกัน สร้างความฮือฮาในโซเชียลมีเดีย แฟนบอลหลายคนเห็นด้วยว่าสมาคมควรทบทวนนโยบายค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือโอกาสให้สมาคมฟุตบอลแสดงความรับผิดชอบต่อโค้ชไทย โดยปรับปรุงระบบการเงินให้เข้าถึงได้มากขึ้น จะช่วยยกระดับวงการโดยรวม สุดท้ายแล้ว ฟุตบอลไทยต้องการหัวใจอย่างน้าฉ่วยที่ทุ่มเทมานาน ถ้าคุณเป็นแฟนฟุตบอล ติดตามข่าวสารและแสดงความเห็นเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เลย!

ที่มา – น้าฉ่วย เผยไม่พร้อมจ่ายค่าเรียนโปรไลเซนส์งวดเดียวครึ่งล้าน แบ่งจ่ายยังพอไหว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *