นายกฯ เรียกถกด่วน รับมือวิกฤตพลังงาน หลังตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน

นายกฯ เรียกถกด่วน รับมือวิกฤตพลังงาน หลังครบกำหนดตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน เป็นข่าวร้อนที่ทุกคนกำลังจับตามอง โดยเฉพาะคนที่ต้องเติมน้ำมันทุกวันอย่างเราๆ นะครับ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2569 เวลา 09.09 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลทันที พร้อมเรียกรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงหลายท่านมาร่วมประชุมด่วนเลยทีเดียว

นายกฯ เรียกถกด่วน รับมือวิกฤตพลังงาน หลังครบกำหนดตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน

การประชุมครั้งนี้รวมถึงบุคคลสำคัญๆ อย่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

สาเหตุหลักที่ทำให้ต้องเรียกถกด่วนแบบนี้ ก็เพราะสถานการณ์โลกกำลังตึงเครียด โดยเฉพาะการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และวันนี้ (16 มี.ค.) พอดีครบกำหนดมาตรการตรึงราคาดีเซล 15 วันพอดี ถ้ารัฐบาลไม่รีบรับมือ ราคาน้ำมันอาจทะยานขึ้นทันที ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนพุ่งปรี๊ดแน่นอน

ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและการตรึงราคาน้ำมัน

วิกฤตพลังงานครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ มันกระทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่การขนส่ง ค่าขนส่งสินค้า ราคาอาหาร จนไปถึงอุตสาหกรรมการผลิต มาตรการตรึงราคาดีเซล 15 วันที่เพิ่งหมดอายุ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้ต้องหามาตรการใหม่ด่วนๆ แล้ว

  • ราคาน้ำมันโลกผันผวน: จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้อุปทานน้ำมันลดลง ราคา Brent Crude พุ่งเกิน 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ผลต่อเศรษฐกิจไทย: ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง ส่งผลให้นำเข้าน้ำมันแพงขึ้น รัฐต้องจ่ายกองทุนน้ำมัน油เพื่อตรึงราคา สะสมหนี้สินมหาศาล
  • มาตรการที่คาดหวัง: อาจมีการขยายเวลาตรึงราคา ลดภาษีน้ำมัน หรือใช้เงินสำรองกองทุนน้ำมันเพื่อช่วยเหลือประชาชน

นอกจากนี้ การประชุมยังครอบคลุมเรื่องการเงินและการคลังด้วย เพราะถ้าราคาน้ำมันขึ้น ค่าใช้จ่ายรัฐบาลก็พุ่งตาม ผู้ว่าฯ ธปท. และเลขาฯ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจน่าจะช่วยวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจให้ฟัง รัฐบาลต้องหาทางสมดุลระหว่างการช่วยประชาชนกับความยั่งยืนทางการคลัง

ในมุมมองของผมนะครับ สถานการณ์แบบนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยต้องเร่งกระจายพึ่งพาพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานหมุนเวียน น้ำมันชีวภาพ หรือไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าในอนาคต มิฉะนั้นวิกฤตแบบนี้อาจเกิดซ้ำๆ

ติดตามผลการประชุมครั้งนี้ได้ที่เว็บไซต์ข่าวชั้นนำ และอย่าลืมเช็คราคาน้ำมันประจำวันก่อนออกเดินทางนะครับ เพื่อวางแผนการใช้จ่ายให้ดีที่สุด!

ที่มา – นายกฯ เรียกถกด่วน รับมือวิกฤตพลังงาน หลังครบกำหนดตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *