นายกฯ สั่งจับตา 4-5 ต.ค. เสี่ยงพายุฝน

นายกฯ สั่งจับตา 4-5 ต.ค. เสี่ยงพายุฝน หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่า หลายพื้นที่ของประเทศไทยอาจเผชิญฝนตกหนักและพายุฝนในช่วงวันที่ 4-5 ตุลาคม 2569 โดยรัฐบาลยังมองว่าสถานการณ์ไม่ควรประมาท แม้ภาพรวมการแก้ไขปัญหาอุทกภัยจะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้วก็ตาม

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ บกปภ.ช. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำท่วม ติดตามการช่วยเหลือประชาชน และกำหนดแนวทางรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายกฯ สั่งจับตา 4-5 ต.ค. เสี่ยงพายุฝน

นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4-5 ตุลาคม ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดพายุฝนในหลายพื้นที่ของประเทศ เจ้าหน้าที่จึงต้องเตรียมแผนรองรับให้ครอบคลุม ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือกู้ภัย อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ประสบภัย

แม้สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่จะเริ่มดีขึ้น แต่รัฐบาลยังไม่ถือว่าสถานการณ์อยู่ในระดับที่ไว้วางใจได้ เพราะฝนที่อาจตกหนักต่อเนื่องสามารถทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงอาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่ที่มีระบบระบายน้ำจำกัด

นายกฯ สั่งจับตา 4-5 ต.ค. พร้อมย้ำข้อมูลต้องเป็นชุดเดียว

ประเด็นสำคัญที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำในการประชุม คือทุกหน่วยงานต้องใช้ข้อมูลสถานการณ์ชุดเดียวกัน เพื่อให้การสื่อสารกับประชาชนเป็นเอกภาพและลดความสับสน ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยง ระดับน้ำ แนวโน้มฝน และคำเตือนต่าง ๆ ควรมาจากแหล่งข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

การใช้ข้อมูลชุดเดียวกันจะช่วยให้หน่วยงานส่วนกลาง จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทีมปฏิบัติการในพื้นที่สามารถวางแผนได้ตรงกัน นอกจากนี้ยังช่วยลดความกังวลของประชาชน และทำให้ประชาชนตัดสินใจเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง การเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยง หรือการเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพ

มาตรการรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วม

รัฐบาลขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน โดยพิจารณาความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่เป็นหลัก ไม่ควรใช้แผนเดียวกันกับทุกจังหวัด เพราะลักษณะภูมิประเทศ ระบบระบายน้ำ และจำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบแตกต่างกัน

  • จัดเตรียมเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมปฏิบัติการให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง
  • ตรวจสอบเครื่องสูบน้ำ รถกู้ภัย เรือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือให้ใช้งานได้จริง
  • สำรองอาหาร น้ำดื่ม ยา และเครื่องอุปโภคบริโภคในพื้นที่เสี่ยง
  • เตรียมศูนย์พักพิงและเส้นทางอพยพสำหรับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ
  • แจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางที่เข้าถึงง่ายและใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
  • ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และผู้พิการเป็นพิเศษ

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา จังหวัด และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบเส้นทางเข้าออกบ้าน เตรียมโทรศัพท์มือถือและแบตเตอรี่สำรอง รวมถึงจัดกระเป๋าฉุกเฉินที่มีเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย และอุปกรณ์จำเป็น

ประชาชนไม่ควรเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมขังหรือกระแสน้ำเชี่ยว เพราะอาจมองไม่เห็นหลุม ถนนที่ชำรุด หรือสิ่งกีดขวางใต้น้ำ หากพบประกาศให้อพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทันที และช่วยแจ้งข้อมูลระดับน้ำหรือจุดเสี่ยงให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทราบ

การทำงานร่วมกันช่วยลดผลกระทบ

การประชุม บกปภ.ช. มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ทั้งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ การประสานงานในลักษณะนี้ช่วยให้การส่งกำลังคนและอุปกรณ์ไปยังพื้นที่ประสบภัยทำได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินพร้อมกันหลายจังหวัด

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากความร่วมมือของทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ภารกิจยังไม่สิ้นสุด เพราะสภาพอากาศในระยะต่อไปยังมีความไม่แน่นอน หน่วยงานต่าง ๆ จึงต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง ประเมินสถานการณ์เป็นระยะ และปรับแผนให้เหมาะสมกับข้อมูลล่าสุด

หัวใจสำคัญของการรับมือภัยพิบัติคือการเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ การสื่อสารที่ชัดเจน และการช่วยเหลือที่เข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว หากทุกฝ่ายใช้ข้อมูลเดียวกัน เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และให้ความสำคัญกับกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ก็จะช่วยลดความเสียหายและทำให้การฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป: ช่วงวันที่ 4-5 ตุลาคมยังเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวัง นายกฯ สั่งจับตา 4-5 ต.ค. เสี่ยงพายุฝน พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเตรียมบุคลากร เครื่องมือ ศูนย์พักพิง และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอ ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากแหล่งทางการและเตรียมแผนฉุกเฉินของครอบครัวไว้ล่วงหน้า เพราะการไม่ประมาทคือวิธีลดความเสี่ยงที่ดีที่สุด

ที่มา – นายกฯ สั่งจับตา 4-5 ต.ค.เสี่ยงพายุฝน ยังไม่น่าไว้วางใจ เตรียมพร้อมมาตรการรองรับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *