นายกตูน บ่นอุบ มาเลย์ตัดปิงปองทีมชาย-หญิงทิ้ง

นายกตูน บ่นอุบ มาเลย์ตัดปิงปองทีมชาย-หญิงทิ้ง

ประเด็นการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 34 กำลังได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาชาวไทย หลังมาเลเซียรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 18–29 กันยายน 2570 และมีการสรุปรายการชิงชัยอย่างเป็นทางการรวม 43 ชนิดกีฬา 473 อีเวนต์ อย่างไรก็ตาม การจัดการแข่งขันครั้งนี้ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลของแต่ละชนิดกีฬา โดยเฉพาะกีฬาเทเบิลเทนนิสที่ถูกลดรายการแข่งขันลงอย่างเห็นได้ชัด

หนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นคือ นายณัฐวุฒิ เรื่องเวส หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ นายกตูน นายกสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ซึ่งโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา โดยมองว่าการตัดรายการแข่งขันประเภททีมชายและทีมหญิงออกจากโปรแกรมซีเกมส์ อาจสะท้อนแนวทางการจัดการแข่งขันของเจ้าภาพที่เลือกเพิ่มเหรียญในกีฬาที่ตนเองมีความถนัด

นายกตูน บ่นอุบ มาเลย์ตัดปิงปองทีมชาย-หญิงทิ้ง สะเทือนวงการกีฬา

สำหรับเทเบิลเทนนิสในซีเกมส์ครั้งนี้ เจ้าภาพกำหนดให้มีการแข่งขันเพียง 5 อีเวนต์ ได้แก่ ชายเดี่ยว หญิงเดี่ยว ชายคู่ หญิงคู่ และทีมผสม ขณะที่ประเภททีมชายและทีมหญิง ซึ่งเป็นรายการสำคัญที่หลายประเทศใช้วัดศักยภาพของนักกีฬา กลับไม่มีอยู่ในโปรแกรมการแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงสร้างความรู้สึกเสียดายให้กับทีมไทยและผู้ติดตามกีฬาเป็นอย่างมาก

โดยทั่วไปแล้ว การแข่งขันประเภททีมถือเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบนักกีฬาแต่ละประเทศ ไม่ใช่เพียงความสามารถของผู้เล่นคนใดคนหนึ่งเท่านั้น การแข่งขันประเภททีมยังเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้วางแผนร่วมกัน แก้เกมระหว่างการแข่งขัน และสร้างประสบการณ์สำหรับรายการระดับนานาชาติ การไม่มีรายการทีมจึงอาจทำให้ภาพรวมของการแข่งขันเทเบิลเทนนิสขาดความหลากหลาย

นายกตูนระบุถึงภาพรวมของการจัดซีเกมส์ว่า เจ้าภาพมักมีอำนาจในการกำหนดชนิดกีฬาและจำนวนอีเวนต์บางส่วน หากกีฬาใดเป็นชนิดที่เจ้าภาพมีความถนัด ก็อาจมีการบรรจุรายการชิงเหรียญจำนวนมาก แต่หากเป็นกีฬาที่เจ้าภาพไม่ถนัด รายการนั้นอาจถูกลดจำนวนลง แนวคิดดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงทุกครั้งเมื่อมีการประกาศโปรแกรมการแข่งขันซีเกมส์

เหตุผลที่การตัดประเภททีมส่งผลต่อไทย

ประเทศไทยเป็นชาติที่มีผลงานโดดเด่นในกีฬาเทเบิลเทนนิสของภูมิภาค นักกีฬาหลายคนผ่านการแข่งขันระดับเอเชียและระดับโลกมาแล้ว การมีรายการประเภททีมช่วยให้นักกีฬาไทยมีโอกาสลุ้นเหรียญเพิ่มขึ้น และยังเป็นแรงผลักดันให้สมาคมสามารถวางแผนพัฒนานักกีฬาในระยะยาวได้อย่างชัดเจน เมื่อรายการประเภททีมถูกตัดออก การเตรียมตัวของนักกีฬาจึงต้องปรับไปเน้นการแข่งขันเดี่ยวและคู่มากขึ้น

นอกจากนี้ ประเภททีมยังมีความสำคัญต่อการสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ เพราะผู้เล่นดาวรุ่งสามารถเรียนรู้จากนักกีฬารุ่นพี่ผ่านการฝึกซ้อมและการแข่งขันจริง การลงสนามร่วมกันช่วยให้เกิดความเข้าใจเรื่องแท็กติก การสื่อสาร และการรับมือกับความกดดัน หากไม่มีรายการทีม โอกาสในการพัฒนาทักษะเหล่านี้ก็อาจลดลงตามไปด้วย

  • ลดโอกาสลุ้นเหรียญ: นักกีฬาไทยจะมีรายการให้แข่งขันน้อยลง โดยเฉพาะรายการที่ทีมไทยมีศักยภาพ
  • กระทบการวางแผนฝึกซ้อม: สมาคมต้องปรับตารางฝึกและเลือกนักกีฬาให้เหมาะกับประเภทเดี่ยวและคู่
  • ลดประสบการณ์ของดาวรุ่ง: นักกีฬารุ่นใหม่อาจมีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการแข่งขันระดับทีมลดลง
  • ทำให้โปรแกรมไม่สมดุล: จำนวนรายการของแต่ละชนิดกีฬาอาจถูกมองว่าไม่สะท้อนความหลากหลายอย่างเท่าเทียม

เทคบอลกับสควอซกลายเป็นตัวอย่างของความแตกต่าง

นอกจากเทเบิลเทนนิสแล้ว นายกตูนยังยกตัวอย่างเทคบอลและสควอซเพื่อเปรียบเทียบแนวทางการจัดเหรียญรางวัล โดยระบุว่าเทคบอลเป็นกีฬาที่ทีมชาติไทยมีผลงานถึงระดับแชมป์โลก แต่กลับมีการบรรจุเพียง 2 เหรียญ ขณะที่สควอซเป็นกีฬาที่มาเลเซียมีความแข็งแกร่ง และถูกบรรจุถึง 8 เหรียญ ตัวอย่างนี้ทำให้เกิดคำถามว่า โปรแกรมการแข่งขันควรพิจารณาจากความเหมาะสมและความเป็นธรรมในระดับภูมิภาคมากน้อยเพียงใด

ทั้งนี้ ซีเกมส์เป็นการแข่งขันที่มีลักษณะเฉพาะ เพราะประเทศเจ้าภาพมีบทบาทสำคัญในการเสนอชนิดกีฬาและอีเวนต์ต่าง ๆ แม้จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ซีเกมส์ หรือ SEAGF แต่ในทางปฏิบัติ แต่ละเจ้าภาพก็ย่อมต้องการผลักดันกีฬาที่ตนเองมีโอกาสประสบความสำเร็จ การสร้างสมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าภาพกับความยุติธรรมของทุกชาติสมาชิกจึงเป็นเรื่องที่ควรได้รับความสนใจ

สำหรับซีเกมส์ ครั้งที่ 34 มีชนิดกีฬาที่ได้รับการอนุมัติเพิ่มเติมหลังการยื่นอุทธรณ์รวม 5 ชนิด ได้แก่ ปาเดล แดนซ์สปอร์ต เทคบอล ฮอกกี้น้ำแข็ง และคาบัดดี การเพิ่มรายการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการแข่งขันยังสามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการหารือร่วมกัน ดังนั้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกีฬาเทเบิลเทนนิสอาจต้องติดตามรายละเอียดและผลักดันความเหมาะสมของรายการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

มุมมองต่อการจัดซีเกมส์ในอนาคต

เสียงสะท้อนจากนายกสมาคมเทเบิลเทนนิสไทยไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความไม่พอใจต่อการตัดรายการประเภททีมเท่านั้น แต่ยังชวนให้สังคมหันมาพูดคุยถึงมาตรฐานของการแข่งขันซีเกมส์ในภาพรวม หากทุกเจ้าภาพเลือกเพิ่มเฉพาะกีฬาที่ตนเองได้เปรียบ การแข่งขันอาจสูญเสียความน่าเชื่อถือ และทำให้เหรียญรางวัลไม่สามารถสะท้อนศักยภาพของนักกีฬาในภูมิภาคได้อย่างแท้จริง

แนวทางหนึ่งที่น่าสนใจคือการกำหนดกรอบรายการแข่งขันพื้นฐานที่ทุกเจ้าภาพควรบรรจุ โดยเฉพาะกีฬาสากลที่มีการแข่งขันอย่างต่อเนื่องในเอเชียและระดับโลก การมีรายการหลักที่ชัดเจนจะช่วยให้นักกีฬาแต่ละประเทศวางแผนการฝึกซ้อมได้ล่วงหน้า และทำให้การพัฒนากีฬามีทิศทางต่อเนื่อง ไม่ต้องเริ่มต้นวางแผนใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนเจ้าภาพ

แม้เทเบิลเทนนิสไทยจะต้องรับมือกับโปรแกรมที่มีเพียง 5 อีเวนต์ แต่แฟนกีฬายังสามารถร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยได้ เพราะทุกประเภทการแข่งขันล้วนมีความสำคัญและเต็มไปด้วยความท้าทาย ประเด็นที่เกิดขึ้นควรนำไปสู่การพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การแข่งขันซีเกมส์ในอนาคตมีความสมดุล โปร่งใส และเปิดโอกาสให้นักกีฬาทุกชาติได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่

ในมุมมองของเรา กรณี นายกตูน บ่นอุบ มาเลย์ตัดปิงปองทีมชาย-หญิงทิ้ง ควรเป็นแรงผลักดันให้ทุกฝ่ายร่วมกันทบทวนรูปแบบการแข่งขัน ไม่ใช่เพียงการโต้แย้งระหว่างประเทศเจ้าภาพกับชาติผู้เข้าร่วม หากแฟนกีฬาเห็นด้วยกับการจัดการแข่งขันที่เป็นธรรม ควรติดตามข่าวสารและสนับสนุนการผลักดันให้ซีเกมส์มีมาตรฐานเดียวกันมากขึ้นในอนาคต

ที่มา – นายกตูน บ่นอุบ มาเลย์ตัดปิงปองทีมชาย-หญิงทิ้ง ชี้เป็นเทคนิคถนัดก็บรรจุเยอะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *