ธนกฤต ตรวจวัดพระบาทน้ำพุ ส่อสร้างสถานพยาบาล
ธนกฤต ตรวจวัดพระบาทน้ำพุ ส่อผิดสร้างสถานพยาบาล พบเก็บ 20 ศพ สั่งนำไปฌาปนกิจ เผยวัดดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีระยะสุดท้าย 60 คน
เมื่อวันที่ 20 ส.ค.68 ที่วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสถานที่ดูแลผู้ป่วยของวัดพระบาทน้ำพุ
นายกองตรี ดร.ธนกฤต นำคณะเข้าตรวจสอบในจุดแรก คือ สถานชีวาภิบาล และพูดคุยกับคณะผู้ดูแลและผู้ป่วยที่ไม่ใช่กลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อ ก่อนจะพาคณะเดินทางออกมาอีกอาคาร คือ อาคารเมตตาธรรม ซึ่งเป็นจุดที่ผู้สื่อข่าวเคยเข้าไปสำรวจและพบว่ามีถังออกซิเจน และอุปกรณ์ทางการแพทย์วางเกลื่อนไว้เต็มพื้นที่ ซึ่งขณะนายกองตรี ดร.ธนกฤต เจรจากับเจ้าหน้าที่ของวัด เพื่อเปิดทางให้สื่อมวลชนขึ้นไปยังอาคารดังกล่าว ที่ก่อนหน้านี้ถูกสั่งห้ามไม่ให้ขึ้น
เมื่อขึ้นไปบริเวณด้านบน คณะเดินสำรวจห้องต่างๆ พบว่าแต่ละห้องอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมใช้งาน และถูกทิ้งร้างตามที่ปรากฏในข่าวจริง ก่อนพูดคุยกันบอกว่าอาคารดังกล่าวนั้น มีการออกแบบลักษณะคล้ายกับสถานพยาบาล ก่อนจะขึ้นไปในแต่ละชั้นและพบว่าบริเวณชั้น 3 ที่ไปพบถังออกซิเจนนั้น ไปพบป้ายประกาศที่ติดเอาไว้ระบุว่า สิทธิ์ของผู้ป่วย ทำให้นายกองตรี ดร.ธนกฤต แจ้งให้คณะผู้ติดตามเก็บประกาศดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน เพราะเชื่อว่าอาคารดังกล่าวสร้างขึ้นมา เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยจริง ซึ่งตลอดทางที่มีการเดินสำรวจได้ดูในเรื่องของความสะอาดที่มีฝุ่นเต็มทุกพื้นที่
หลังจากนั้นคณะเดินต่อไปยังอาคารคนทำดีอวดผี เพื่อไปดูจุดเก็บรักษายาของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเดินเข้าสำรวจและพบการเก็บรักษายาไว้อย่างดี โดยมี อย.เข้าร่วมสำรวจด้วย ก่อนเดินไปยังห้องด้านข้างที่มีผู้ป่วยติดเตียงรักษาตัวอยู่
ภายหลังการตรวจพื้นที่ นายกองตรี ดร.ธนกฤต เปิดเผยว่า การตรวจสอบครั้งนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แบ่งทีมดูแลกันดังนี้ สปสช.ดูแลเรื่องสถานที่ ว่าเข้าข่ายสถานพยาบาลหรือไม่ รวมถึงการเบิกจ่ายของผู้ป่วยชีวาภิบาลที่เสียชีวิต ที่ทางวัดขอรับเงินจากทางสปสช. อย.ดูเรื่องของยาและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ว่าได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ กรมการแพทย์แผนไทย ลงพื้นที่บริเวณใกล้วัดที่ทราบว่ามีการปลูกและผลิตกัญชาก่อนส่งออก ต้องตรวจสอบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของวัดหรือไม่ และดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กรมอนามัย จะดูเรื่องของการได้รับโล่รางวัลที่มีการประกวดว่าได้มาตรฐาน ว่ายังคงมาตรฐานเดิมหรือไม่
เบื้องต้นสถานชีวาภิบาลยังไม่มีอะไรที่ผิดปกติ เว้นแต่มีข้อแนะนำบางส่วน ว่าให้ทางวัดจัดหาพื้นที่หรือทำเป็นมูลนิธิ หรือหาอาคารสัก 1 หลัง จดทะเบียนเป็นสถานพยาบาล หรือคลินิกแยกส่วนออกมา ส่วนอาคารคนอวดผี ที่เป็นอาคารรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่พบความผิดปกติ เรื่องยาก็ให้ อย.ตรวจแล้ว ทราบว่าเป็นยาที่รับมาจากโรงพยาบาลนารายณ์จริง และมีรายชื่อของผู้ป่วยตรงนั้นจริง ส่วนเรื่องอาคารเมตตาธรรม จากข้อสังเกตมีลักษณะคล้ายกับสถานพยาบาล จึงจะต้องตรวจสอบว่าจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่อย่างไร
นพ.อุดม อัศวุฒมางกุร สาธารณสุขนิเทศก์เขตสุขภาพที่ 4 เปิดเผยว่า เรื่องแรกที่มาดูคือจุดสถานชีวาภิบาล ซึ่งเป็นจุดพักพิงผู้ป่วยติดเชื้อระยะสุดท้าย เป็นการดูแลไม่ใช่การรักษา และกรมอนามัยจะดูเรื่องของการดูแลรักษาความสะอาดตามสุขลักษณะ ก็มีการกำจัดขยะติดเชื้ออย่างไร กำจัดของเสียอย่างไร ซึ่งถือว่าสามารถจัดการได้ดี
ประเด็นที่ 2 คือเรื่องการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีระยะสุดท้าย ซึ่งที่วัดมีผู้ป่วย 60 คน พักรักษาตัวนอนรวมกันอยู่ ส่วนผู้ป่วยติดเชื้ออีก 60 ราย ที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้จากพักรักษาอยู่ตามบ้านพัก พบว่าเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เพราะมีการไปเบิกยาจากโรงพยาบาลพระนารายณ์แล้วนำมาให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ในส่วนของอาคารมีทั้งหมด 3 ส่วน อาคารที่เป็นชีวาภิบาลก็เป็นไปตามที่กรมอนามัย ได้พิจารณาอนุญาตไปแล้ว แต่ในส่วนของอาคารที่เอาไว้ใช้สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีเข้าใจว่า ไปรับยาจากโรงพยาบาล และนำยาตรงนี้มาจ่ายยาตามที่แพทย์สั่ง ซึ่งกลไกส่วนนี้ถือว่าถูกต้องตามมาตรฐาน แต่ในอนาคตต้องมาขอขึ้นทะเบียนเป็นเนอสซิ่งโฮมจะดีที่สุด เพราะการให้บริการโดยแคร์กิฟเวอร์ ต้องมีการอบรมขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ
“ส่วนอาคารเมตตาธรรม ซึ่งเป็นอาคารร้าง อาคารนี้พบข้อพิรุธหลายส่วนด้วยกัน เช่น ถังออกซิเจน รถฉุกเฉินในการเคลื่อนย้ายยาสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ในห้องตรวจแพทย์ และพบคำประกาศสิทธิ์ผู้ป่วย นอกจากนี้ยังพบห้องกดจุดผู้ป่วยด้วย ซึ่งในส่วนนี้ต้องสืบสวนอีกรอบ ซึ่ง สปส.จังหวัดจะร่วมมือกันสืบสวนดูว่าพยานหลักฐานเป็นอย่างไรบ้าง เราจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฏหมายต่อไป
นพ.ประสาน ชัยวิรัตนะ ผอ.ศูนย์อนามัยที่ 4 กล่าวว่า ในส่วนของกรมอนามัย เป็นเรื่องของการเก็บศพที่เป็นธรรมสังเวช เก็บไว้ให้ดูเพื่อปลงอาบัติ แต่จำนวนศพที่พบตอนนี้มี 20 ศพ และมีการฉีดฟอร์มาลีน สภาพศพเก็บมาหลาย 10 ปีแล้ว แห้งเป็นปกติ แต่ พ.ร.บ.ที่ดูแลเรียกว่า พ.ร.บ.ฌาปนสถานและสุสาน ซึ่ง พ.ร.บ.นี้ควบคุมโดยท้องถิ่น จากการสอบถามเทศบาลเขาสามยอดที่เข้าร่วมตรวจสอบด้วย ท่านเรียนว่ายังไม่มีการร้องเรียน ซึ่งหากมีการร้องเรียนหรือแจ้งกล่าวโทษ จึงจะดำเนินการต่อได้ ทั้งนี้ ศพทั้งหมดต้องนำไปฌาปนกิจ
นายกองตรี ดร.ธนกฤต ย้ำว่า ศพต้องไปฌาปนกิจ หน้าที่ของการดูแลศพเป็นท้องถิ่น เอาไว้อย่างนี้ไม่ได้ ส่วนเรื่องตึกร้างก็เข้าข่ายเป็นสถานพยาบาลเดี๋ยวจะต้องดูและรวบรวมพยานหลักฐานก่อน หากพบความผิดก็จะดำเนินคดี ใครที่เป็นผู้บริหารในนี้ก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ส่วนเรื่องตึกร้างมีการปิดทำการไปนานแล้ว ต้องไปดูเรื่องของอายุความ หากพบว่ามีองค์ประกอบอื่นสัมพันธ์กับเรื่องของตำรวจกองปราบที่ดำเนินคดี จะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ หรือสารตั้งต้น ที่เกี่ยวพันกับการทำมูลนิธิและการเรียกรับ ต้องมีข้อมูลว่าเมื่อไม่ได้เปิดเป็นสถานพยาบาล แต่มีการเรี่ยไรในเรื่องของการรักษาพยาบาล ที่ผ่านมาทำกันอย่างไรก็จะดูว่าเข้าข้อกฎหมายอะไรบ้าง
สำหรับการเบิกเงินของผู้เสียชีวิต ทางวัดเป็นคนเบิกจากสปสช. แต่ก็ต้องไปตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่าเมื่อปี 67 วัดเบิกไปประมาณ 160,000 บาท ส่วนก่อนที่จะเปิดเป็นสถานชีวาภิบาล เบิกไปประมาณ 130,000 บาท แต่อจะไปตรวจสอบว่าการเบิกถูกต้องหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรผิดสังเกต หากเทียบกับที่วัดต้องดูแลคนน่าจะมากกว่าและเงินที่ไปเบิก
ธนกฤต ตรวจวัดพระบาทน้ำพุ ส่อผิดสร้างสถานพยาบาล
จากกรณีการลงพื้นที่ธนกฤต ตรวจวัดพระบาทน้ำพุ ส่อผิดสร้างสถานพยาบาล ทำให้เกิดประเด็นที่ต้องพิจารณาหลายด้าน ทั้งในเรื่องของการดูแลผู้ป่วย การจัดการศพ และการดำเนินการด้านการเงินของวัดพระบาทน้ำพุ
ประเด็นสำคัญจากการตรวจวัดพระบาทน้ำพุโดยธนกฤต
- ความเป็นไปได้ในการสร้างสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
- การจัดการศพที่ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.ฌาปนสถานและสุสาน
- ความถูกต้องในการเบิกจ่ายเงินจาก สปสช.
การตรวจสอบโดยธนกฤต ตรวจวัดพระบาทน้ำพุ ส่อผิดสร้างสถานพยาบาลในครั้งนี้ จะนำไปสู่การปรับปรุงและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยและการบริหารจัดการวัดเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นจากการลงพื้นที่ตรวจสอบของ ธนกฤต ตรวจวัดพระบาทน้ำพุ ส่อผิดสร้างสถานพยาบาล ครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและกำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและสังคม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนด
ที่มา – ธนกฤต ตรวจวัดพระบาทน้ำพุ ส่อผิดสร้างสถานพยาบาล พบเก็บ 20 ศพ สั่งนำไปฌาปนกิจ


