ทูตอิหร่านประจำไทยออกแถลงการณ์กล่าวหาสหรัฐฯ-อิสราเอลรุกราน

Israel Iran

ทูตอิหร่านประจำไทยออกแถลงการณ์กล่าวหาสหรัฐฯ-อิสราเอลรุกราน

ดร. นอเศเรดดีน ฮัยแดรี (H.E. Dr. Nassereddin HEIDARI) เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์สำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล โดยทูตอิหร่านประจำไทยออกแถลงการณ์กล่าวหาสหรัฐฯ-อิสราเอลรุกรานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง แถลงการณ์นี้สะท้อนถึงมุมมองของอิหร่านต่อพฤติกรรมของสองมหาอำนาจที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ

ตามเนื้อหาในแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการที่อิหร่านมองว่าเป็นการรุกรานโดยปราศจากเหตุยั่วยุใดๆ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านเท่านั้น แต่ยังขัดต่อมาตรา 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติที่ห้ามใช้กำลังในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างชัดเจน สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานาน

ทูตอิหร่านประจำไทยออกแถลงการณ์กล่าวหาการโจมตีผู้นำสูงสุด

เอกสารแถลงการณ์ยังชี้ให้เห็นถึงความพยายามมุ่งเป้าโจมตีอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น หลักความเสมอภาคแห่งอธิปไตยและเอกสิทธิ์คุ้มกันของประมุขแห่งรัฐ การจงใจโจมตีผู้นำของรัฐเอกราชอาจนำไปสู่ “กล่องแพนโดรา” ที่บั่นทอนเสถียรภาพของระเบียบโลกทั้งหมด นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังวิจารณ์ว่าการเจรจาทางการทูตระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เป็นเพียง “ปฏิบัติการหลอกลวง” โดยที่การตัดสินใจโจมตีถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว

ทูตอิหร่านประจำไทยยังตั้งข้อสังเกตถึงนโยบาย “America First” ของผู้นำสหรัฐฯ ที่ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับอิสราเอลมากกว่าประเทศตัวเอง แม้อิหร่านจะไม่ได้เป็นภัยคุกคามเร่งด่วนต่อสหรัฐฯ ก็ตาม อิหร่านยืนยันว่าตนเข้าร่วมเจรจาด้วยความสุจริตใจ เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้มุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และเพื่อขจัดข้อกล่าวหาที่อาจถูกใช้เป็นข้ออ้างในการรุกรานเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม อิหร่านประกาศว่ามีสิทธิตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติในการใช้สิทธิป้องกันตนเองท่ามกลาง “สงครามแห่งการรุกราน” ที่กำลังเกิดขึ้น

รายละเอียดการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและอาชญากรรมสงคราม

ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา มีรายงานการโจมตีเป้าหมายพลเรือนหลายแห่งในอิหร่าน รวมถึงโรงเรียน โรงพยาบาล และหน่วยงานบรรเทาทุกข์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเฉพาะสตรีและเด็ก ซึ่งเข้าข่ายอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติอย่างชัดเจน

  • โรงเรียนประถมในเมืองมินาบ จังหวัดฮอร์โมซกัน: ถูกทำลาย ทำให้เด็กนักเรียนหญิงเสียชีวิต 165 ราย
  • กรุงเตหะราน จังหวัดกาซวิน และจังหวัดเคอร์ดิสถาน: ถูกโจมตีหนัก สร้างความเสียหายรุนแรง
  • อาคารสภาเสี้ยววงเดือนแดง โรงพยาบาล และพื้นที่อยู่อาศัย: ในหลายเมืองทั่วอิหร่าน ถูกทำลายจนพลเรือนเดือดร้อน

แถลงการณ์เรียกร้องให้สหประชาชาติ (UN) ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อยุติความรุนแรง นำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และให้ความรับผิดชอบทั้งหมดตกอยู่กับฝ่ายรุกราน สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบต่ออิหร่านเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงของสงครามใหญ่ในภูมิภาค

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์ทูตอิหร่านประจำไทยออกแถลงการณ์กล่าวหาสหรัฐฯ-อิสราเอลรุกรานนี้แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของกลไกสันติภาพโลกในการควบคุมมหาอำนาจ หาก UN ไม่เร่งแทรกแซง อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนที่ยาวนานยิ่งขึ้น คุณคิดว่าประเทศไทยในฐานะชาติกลางควรมีบทบาทอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้อื่น

ที่มา – ทูตอิหร่านประจำไทยออกแถลงการณ์กล่าวหาสหรัฐฯ-อิสราเอลรุกราน เรียกร้อง UN เร่งดำเนินการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *