ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ยึดคืนที่ดินพันล้าน
เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวใหญ่ที่ทำเอาวงการอสังหาริมทรัพย์ภาคใต้ต้องสั่นสะเทือน เมื่อเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา งานนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะพบความผิดปกติของการถือครองที่ดินที่ผิดกฎหมายมูลค่ามหาศาลกว่า 1,000 ล้านบาท
สรุปปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3
การบุกตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 500 นาย เข้าจัดการกลุ่มธุรกิจที่สวมสิทธิ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ในครั้งนี้ พบบริษัทที่เข้าข่ายนอมินีถึง 29 บริษัท และบริษัทที่คนต่างด้าวถือหุ้นเกินกฎหมายกำหนดอีก 48 บริษัท โดยเจ้าหน้าที่ยึดที่ดินคืนได้รวมทั้งสิ้น 89 แปลง คิดเป็นพื้นที่กว่า 49 ไร่ มูลค่ารวมกว่า 1,053 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการครอบครองที่ดินผิดกฎหมายในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญยังคงรุนแรง
เบื้องลึกการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3
จากการตรวจสอบในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ พบว่ากลุ่มขบวนการมีการวางแผนอย่างแยบยล มีการใช้ชื่อพนักงานหรือญาติพี่น้องของกรรมการบริษัทมาถือหุ้นแทน และเลวร้ายไปกว่านั้นคือการพบเอกสารเท็จที่ปลอมลายมือชื่อผู้เสียชีวิตเพื่อจดทะเบียนนิติบุคคล โดยเฉพาะในจ.กระบี่ ที่พบกลุ่มนักลงทุนต่างชาติสร้างพูลวิลล่าขายในราคาหรู ทั้งที่ต้นทุนการจัดตั้งบริษัทไม่ได้สะท้อนความสามารถในการลงทุนจริง การกวาดล้างครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเรียกคืนความถูกต้องให้แก่กฎหมายที่ดินของไทย
- จังหวัดภูเก็ต: พบกลุ่มนอมินี 10 บริษัท และบริษัทผิดเงื่อนไขการถือหุ้นอีก 39 บริษัท
- จังหวัดพังงา: ตรวจพบโรงแรมและวิลล่าหลายแห่งที่ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้คนต่างด้าวเป็นกรรมการ
- จังหวัดกระบี่: จับกุมผู้กระทำผิดทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยพบการจัดทำเอกสารเท็จโดยกลุ่มทนายความและผู้สอบบัญชี
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นเพียงก้าวสำคัญก้าวหนึ่งเท่านั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลการตรวจสอบไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีการนำชื่อคนไทยมาเป็นเครื่องมือในการเลี่ยงกฎหมายอีกต่อไป สำหรับท่านใดที่พบเห็นเบาะแสการกระทำผิดหรือพฤติกรรมน่าสงสัยเกี่ยวกับกลุ่มทุนต่างชาติ สามารถแจ้งข้อมูลได้ทันทีที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน หรือโทรสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยกันรักษาทรัพยากรที่ดินของชาติ