“ทรัมป์” ลั่นพร้อมพิสูจน์คำขู่อิหร่าน หากดีลนิวเคลียร์ล่ม

“ทรัมป์” ลั่นพร้อมพิสูจน์คำขู่อิหร่านเรื่องสงครามภูมิภาค หากดีลนิวเคลียร์ล่ม

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านกำลังร้อนระอุขึ้นทุกวัน โดยล่าสุด“ทรัมป์” ลั่นพร้อมพิสูจน์คำขู่อิหร่านเรื่องสงครามภูมิภาค หากดีลนิวเคลียร์ล่ม ทำให้โลกทั้งใบจับตาการเจรจานิวเคลียร์ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ เขาก็พร้อมที่จะทดสอบว่าคำขู่ของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่เตือนว่าการโจมตีจากสหรัฐฯ จะจุดชนวนให้เกิดสงครามลุกลามทั่วทั้งภูมิภาคนั้น จะเป็นจริงหรือไม่

คำขู่จากผู้นำอิหร่านและการโต้กลับของทรัมป์

ก่อนหน้านี้ คาเมเนอีได้กล่าวในที่ประชุมที่กรุงเตหะรานช่วงเช้าวันเดียวกันว่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน สงครามจะลุกลามขยายวงไปทั่วภูมิภาคกลาง ท่าทีแข็งกร้าวนี้มาท่ามกลางความไม่สงบภายในอิหร่านที่กำลังเผชิญการประท้วงและปัญหาเศรษฐกิจจากมาตรการคว่ำบาตร ทรัมป์ตอบโต้ทันควันเมื่อถูกนักข่าวถามว่า “เขาก็ต้องพูดแบบนั้นอยู่แล้ว” พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ มีกองเรือรบที่ทรงพลังที่สุดในโลกประจำการใกล้เคียง พร้อมปฏิบัติการได้ในเวลาไม่กี่วัน แม้ทรัมป์จะหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงได้ แต่ก็ทิ้งท้ายด้วยคำพูดสุดระทึก “หากเราตกลงกันไม่ได้ เดี๋ยวเราจะได้รู้กันว่าเขาพูดถูกหรือไม่”

การเจรจาลับที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Axios โดยอ้างแหล่งข่าวทำเนียบขาว ตุรกี อียิปต์ และกาตาร์ กำลังประสานงานจัดการการเจรจาระหว่างสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่าน ที่กรุงอังการา ช่วงปลายสัปดาห์นี้ แม้ทรัมป์ยังไม่ตัดสินใจใช้กำลังทหารเด็ดขาด แต่สหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีและเรือรบหลายลำเข้าสู่ตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้วแล้ว นี่คือกลยุทธ์ “maximum pressure” ที่ทรัมป์ใช้มาตั้งแต่สมัยแรก โดยเคยให้สัมภาษณ์ Politico เมื่อเดือนที่แล้วว่า อิหร่านควรมี “ผู้นำคนใหม่” ท่ามกลางความไม่แน่นอนภายใน

ด้านอิหร่าน คาเมเนอียืนยันชัดเจนว่า จะไม่เป็นฝ่ายเริ่มสงครามหรือโจมตีก่อน แต่หากถูกคุกคาม ชาวอิหร่านจะ “สวนกลับอย่างหนัก” ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายป้องกันตัวที่แข็งแกร่ง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากดีลนิวเคลียร์ล่ม

“ทรัมป์” ลั่นพร้อมพิสูจน์คำขู่อิหร่านเรื่องสงครามภูมิภาค หากดีลนิวเคลียร์ล่ม อาจนำไปสู่หายนะครั้งใหญ่ มาดูจุดสำคัญกัน:

  • ด้านการทหาร: สหรัฐฯ มีกำลังพลและอาวุธครบครันในภูมิภาค แต่การตอบโต้จากอิหร่านผ่านกลุ่มพันธมิตรอย่างฮูธีหรือฮิซบุลเลาะห์ อาจทำให้สงครามขยายวง
  • เศรษฐกิจโลก: ช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านควบคุม เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก หากปิด ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที
  • การเมืองระหว่างประเทศ: จีนและรัสเซียที่หนุนอิหร่าน อาจเข้าแทรกแซง ขณะที่อิสราเอลและซาอุฯ สนับสนุนสหรัฐฯ
  • นิวเคลียร์: อิหร่านใกล้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หากดีลล่ม IAEA คาดว่าจะมีหัวรบได้ใน 1-2 ปี

ประวัติศาสตร์ JCPOA (ข้อตกลงนิวเคลียร์ 2015) ที่ทรัมป์ถอนตัวในปี 2018 ทำให้อิหร่านเร่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียม สถานการณ์ปัจจุบันจึงยิ่งอันตราย

จากมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความแข็งกร้าวของทรัมป์อาจบังคับให้อิหร่านยอมเจรจา แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะพลิกผันเป็นสงครามใหญ่ หากคุณเป็นนักลงทุน ควรติดตามราคาน้ำมันและหุ้นพลังงานอย่างใกล้ชิด

ติดตามข่าวอัปเดตสถานการณ์“ทรัมป์” ลั่นพร้อมพิสูจน์คำขู่อิหร่านเรื่องสงครามภูมิภาค หากดีลนิวเคลียร์ล่ม ได้ที่นี่ และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง สมัครรับแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ!

ที่มา – “ทรัมป์” ลั่นพร้อมพิสูจน์คำขู่อิหร่านเรื่องสงครามภูมิภาค หากดีลนิวเคลียร์ล่ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *