ทรัมป์แขวะอังกฤษไม่ต้องการช่วยเหลือชนะศึกอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาทำให้โลกการเมืองสั่นสะเทือนอีกครั้ง ด้วยการทรัมป์แขวะอังกฤษไม่ต้องการความช่วยเหลือชนะศึกอิหร่าน แม้พิจารณาส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ถ้อยแถลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังร้อนระอุ โดยทรัมป์ย้ำชัดว่าสหรัฐฯ สามารถจัดการสถานการณ์ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาพันธมิตรเก่าแก่
ทรัมป์แขวะอังกฤษไม่ต้องการความช่วยเหลือชนะศึกอิหร่าน แม้พิจารณาส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน
ในวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของตัวเอง โดยระบุว่าเขาจะ “จดจำ” การที่อังกฤษไม่ให้การสนับสนุนสหรัฐฯ ในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งกับอิหร่าน เขาเน้นย้ำว่า “สหรัฐฯ ไม่ต้องการคนที่มาร่วมสงครามหลังจากเราชนะแล้ว” ถ้อยแถลงนี้ถูกมองว่าเป็นการแขวะโดยตรงต่อรัฐบาลอังกฤษ นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ที่ถูกทรัมป์วิจารณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าได้ทำให้สัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองชาติสั่นคลอน
พื้นหลังความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านและบทบาทของอังกฤษ
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีคูณขึ้นหลังจากอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน สหรัฐฯ จึงเปิดปฏิบัติการตอบโต้ โดยขอใช้ฐานทัพในอังกฤษ แต่รัฐบาลสตาร์เมอร์ปฏิเสธในระยะแรก ด้วยเหตุผลว่าต้องให้แน่ใจว่าปฏิบัติการมีความชอบธรรมตามกฎหมายและวางแผนรอบคอบ ก่อนจะอนุมัติให้ใช้ฐานทัพสำหรับการโจมตีเชิงป้องกันต่อคลังอาวุธของอิหร่านในเวลาต่อมา
ด้านอังกฤษ กระทรวงกลาโหมยืนยันว่ากำลังเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน HMS Prince of Wales ไปประจำการในตะวันออกกลาง เพื่อเสริมกำลังในภูมิภาค แต่ยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้าย แม้จะมีแผนนี้ แต่ทรัมป์ก็ยืนกรานว่าไม่จำเป็น
- สหรัฐฯ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากอังกฤษในการเอาชนะอิหร่าน
- อังกฤษพิจารณาส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน HMS Prince of Wales
- ทรัมป์วิจารณ์สตาร์เมอร์ทำลายสัมพันธ์สองชาติ
- อังกฤษอนุมัติใช้ฐานทัพในภายหลังสำหรับปฏิบัติการป้องกัน
- ความขัดแย้งสะท้อนรอยร้าวในพันธมิตรตะวันตก
ผลกระทบต่อสัมพันธ์สหรัฐ-อังกฤษ
ถ้อยแถลงของทรัมป์ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงจุดยืนแข็งกร้าว แต่ยังชี้ให้เห็นถึงรอยร้าวในสัมพันธ์สหรัฐ-อังกฤษ ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในนาโตและ AUKUS ในอดีต สองชาติมักร่วมมือกันในวิกฤตการณ์ใหญ่ แต่ครั้งนี้ อังกฤษเลือกความระมัดระวังด้านกฎหมายก่อน ทำให้ทรัมป์รู้สึกถูก “ทิ้ง” นักวิเคราะห์มองว่านี่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจทางทหารในอนาคต โดยเฉพาะหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางลุกลาม
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการเมืองภายในอังกฤษที่สตาร์เมอร์ต้องเผชิญแรงกดดันจากพรรคฝ่ายค้านและประชาชนที่ไม่ต้องการให้อังกฤษถูกดึงเข้าสู่สงคราม proxy ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน การส่งเรือบรรทุกเครื่องบินจึงเป็นสัญญาณของการพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่ทรัมป์ดูจะไม่ประทับใจ
ในมุมกว้างขึ้น ทรัมป์แขวะอังกฤษไม่ต้องการความช่วยเหลือชนะศึกอิหร่าน ยังสะท้อนปรัชญา “อเมริกาฟรสต์” ของทรัมป์ ที่เน้นการพึ่งพาตัวเองและลดการแทรกแซงจากพันธมิตรที่ลังเล นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงพลวัตในพันธมิตรตะวันตก โดยเฉพาะท่ามกลางภัยคุกคามจากจีนและรัสเซีย
สถานการณ์นี้ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ติดตามการตัดสินใจของอังกฤษเรื่องเรือบรรทุกเครื่องบิน และปฏิกิริยาจากทำเนียบขาว หากสหรัฐฯ ชนะศึกอิหร่านจริง คำพูดของทรัมป์อาจกลายเป็นตำนาน แต่หากล้มเหลว อาจกลายเป็นดาบสองคม
คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนของทรัมป์? สหรัฐฯ ควรพึ่งพาพันธมิตรมากกว่านี้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารการเมืองโลกแบบเรียลไทม์!
ที่มา – ทรัมป์แขวะอังกฤษไม่ต้องการความช่วยเหลือชนะศึกอิหร่าน แม้พิจารณาส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน