ทรัมป์สั่งเปลี่ยนชื่อ “กระทรวงกลาโหม” เป็น “กระทรวงสงคราม”
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งบริหารที่สร้างความฮือฮา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนชื่อ “กระทรวงกลาโหม” ให้กลับไปเป็นชื่อเดิมที่คุ้นเคย นั่นคือ “กระทรวงสงคราม” ซึ่งเป็นชื่อที่เคยใช้กันมาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1940
จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยทำเนียบขาว ระบุว่า คำสั่งดังกล่าวจะทำให้กระทรวงกลาโหม รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเจ้าหน้าที่ระดับรอง สามารถใช้ชื่อเรียกขานสำรอง เช่น กระทรวงสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม และรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม ในการสื่อสารทั้งทางการและในสื่อสาธารณะได้
นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังสั่งให้พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำเสนอแนวทางการดำเนินการต่างๆ ที่จำเป็น รวมถึงมาตรการทางกฎหมายและการบริหาร เพื่อทำให้การเปลี่ยนชื่อนี้เป็นไปอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการและสมบูรณ์นั้น ยังคงต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสเสียก่อน
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กล่าวในห้องรูปไข่ว่า คำว่า “Defense” หรือ “กลาโหม” นั้น ฟังดูเหมือนเน้นการป้องกันเพียงอย่างเดียว ในขณะที่สหรัฐอเมริกานั้นต้องการที่จะป้องกันตนเอง แต่ก็พร้อมที่จะโจมตีหากมีความจำเป็น ดังนั้นชื่อ “กระทรวงสงคราม” จึงฟังดูเหมาะสมกว่า
เฮกเซธให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคำศัพท์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณของนักรบอีกด้วย ในขณะที่นักวิจารณ์หลายคนออกมาเตือนว่า การเปลี่ยนชื่ออาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง และอาจเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจไปจากประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงที่แท้จริง
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า แอนดี คิม วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า การเปลี่ยนชื่อกระทรวงนี้เป็นความคิดที่ไร้สาระ และเสริมว่า สิ่งที่ชาวอเมริกันต้องการคือการป้องกันสงคราม ไม่ใช่การส่งเสริมให้เกิดสงคราม
สำหรับประวัติความเป็นมานั้น กระทรวงสงคราม (Department of War) ก่อตั้งขึ้นในปี 1789 เพื่อดูแลกองทัพบกสหรัฐฯ และควบคุมกองทัพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ก่อนที่จะถูกรวมเข้ากับกระทรวงอื่นๆ กลายเป็นกระทรวงกลาโหม (Department of Defense) ในช่วงปลายทศวรรษ 1940
ทรัมป์สั่งเปลี่ยนชื่อ “กระทรวงกลาโหม” เป็น “กระทรวงสงคราม”
การตัดสินใจของทรัมป์ในครั้งนี้ สร้างความแตกตื่นและก่อให้เกิดคำถามมากมายในสังคมอเมริกันและทั่วโลก หลายคนมองว่าเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคสงครามเย็นและเป็นการส่งสัญญาณถึงการใช้กำลังทางทหารมากขึ้นของสหรัฐฯ ในเวทีโลก ในขณะที่ผู้สนับสนุนมองว่าเป็นการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้สอดคล้องกับบทบาทที่สหรัฐฯ ต้องการจะเป็น
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนชื่อ “กระทรวงกลาโหม” เป็น “กระทรวงสงคราม”
การเปลี่ยนชื่อกระทรวงครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง การทหาร หรือแม้แต่ด้านเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของกระทรวง อาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในนโยบายด้านการป้องกันประเทศและการต่างประเทศของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความเชื่อมั่นของนานาชาติที่มีต่อสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรนั้น ยังคงต้องรอดูต่อไป
อนาคตของ กระทรวงสงคราม ภายใต้การนำของทรัมป์จะเป็นอย่างไร และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลต่อโลกอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด สิ่งที่แน่นอนคือ การตัดสินใจครั้งนี้ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และจะยังคงเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองต่อไปในอนาคต
การเปลี่ยนชื่อ กระทรวงกลาโหม เป็น กระทรวงสงคราม ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงสัญลักษณ์ที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ที่มา – ทรัมป์ลงนามคำสั่งเปลี่ยนชื่อ “กระทรวงกลาโหม” เป็น “กระทรวงสงคราม”