ทรัมป์ดันสหรัฐฯ ผู้นำอวกาศ ส่งคนไปดวงจันทร์ใน 3 ปี
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพฤหัสบดี (18 ธ.ค.) เพื่อสนับสนุนความเป็นผู้นำด้านอวกาศของสหรัฐฯ โดยตั้งเป้าส่งชาวอเมริกันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2571 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายให้ทรัมป์ดันสหรัฐฯ ผู้นำอวกาศ อย่างแท้จริง
ทำเนียบขาวระบุว่า คำสั่งฝ่ายบริหารในชื่อ “Ensuring American Space Superiority” ได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่ทะเยอทะยานภายใต้นโยบาย “America First Space Policy” เพื่อผลักดันให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำของโลกด้านการสำรวจอวกาศ ความมั่นคง และการพาณิชย์ โดยถือเป็นนโยบายอวกาศยิ่งใหญ่ครั้งแรกของทรัมป์ในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง
คำสั่งดังกล่าวตั้งเป้าหมายส่งชาวอเมริกันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2571 พร้อมทั้งสร้างองค์ประกอบเบื้องต้นของฐานถาวรบนดวงจันทร์ภายในปี 2573 รวมถึงติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์บนดวงจันทร์และในวงโคจร โดยเครื่องปฏิกรณ์บนพื้นผิวดวงจันทร์ต้องพร้อมส่งขึ้นไปในปี 2573
คำสั่งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเพิ่มเติมอย่างน้อย 5 หมื่นล้านดอลลาร์เข้าสู่ตลาดอวกาศของสหรัฐฯ ภายในปี 2571 ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนในการพัฒนาสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์ เพื่อทดแทนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ภายในปี 2573
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 ธ.ค.) วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ลงมติรับรอง จาเรด ไอแซกแมน มหาเศรษฐีนักลงทุนและนักบินอวกาศเอกชน ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคนใหม่ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา (NASA) โดยไอแซกแมนมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ต่อพนักงานทั่วทั้งนาซาเป็นครั้งแรกในวันนี้ (19 ธ.ค.)
ทรัมป์ดันสหรัฐฯ ครองความเป็นผู้นำอวกาศ ตั้งเป้าส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์อีกครั้งภายใน 3 ปี
เป้าหมายหลักของคำสั่งนี้คือการ ทรัมป์ดันสหรัฐฯ ผู้นำอวกาศ ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายจากการเป็นผู้นำในด้านนี้ไปนาน การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การส่งคนไปดวงจันทร์ แต่รวมถึงการสร้างฐานและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศอย่างยั่งยืน
ความเป็นผู้นำในอวกาศ: มากกว่าแค่การเดินทาง
การกลับไปดวงจันทร์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปักธงและกลับบ้าน แต่เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของการสำรวจและการใช้ประโยชน์จากอวกาศอย่างจริงจัง การสร้างฐานบนดวงจันทร์และการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในอวกาศจะเปิดโอกาสใหม่ ๆ อีกมากมาย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความมั่นคง
การลงทุนในอวกาศไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย การดึงดูดเม็ดเงินลงทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์เข้าสู่ตลาดอวกาศของสหรัฐฯ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ นอกจากนี้ ความมั่นคงทางอวกาศก็เป็นสิ่งสำคัญที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติในยุคที่การแข่งขันในอวกาศทวีความรุนแรงขึ้น
อนาคตของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
การผลักดันให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์เพื่อทดแทน ISS แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าในการกระจายความเสี่ยงและส่งเสริมการแข่งขันในอุตสาหกรรมอวกาศ การมีสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์จะช่วยลดภาระของรัฐบาลและเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มที่
โดยรวมแล้ว นโยบายอวกาศของประธานาธิบดีทรัมป์มีความทะเยอทะยานและมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการ ทรัมป์ดันสหรัฐฯ ผู้นำอวกาศ อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายนี้ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
การกลับสู่ดวงจันทร์ภายใน 3 ปีข้างหน้าอาจเป็นความท้าทายอย่างมาก แต่หากสหรัฐฯ สามารถทำได้สำเร็จ จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่ในอวกาศ
ที่มา – ทรัมป์ดันสหรัฐฯ ครองความเป็นผู้นำอวกาศ ตั้งเป้าส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์อีกครั้งภายใน 3 ปี