ทรัมป์ชี้สหรัฐฯ ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เรื่องอิหร่าน

ทรัมป์ชี้สหรัฐฯ ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เรื่องอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแสดงท่าทีชัดเจน โดยทรัมป์ชี้สหรัฐฯ ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เรื่องอิหร่าน ไม่ปิดกั้นทางเลือกในการใช้กำลังทหาร หากการเจรจาไม่คืบหน้า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่อสหรัฐฯ ต้องเผชิญทางเลือกสำคัญระหว่าง дипломатияกับการใช้อำนาจทหาร

ทรัมป์ชี้สหรัฐฯ ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เรื่องอิหร่าน

ในงานที่รัฐเท็กซัสเมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ ทรัมป์กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับ “การตัดสินใจครั้งใหญ่” เกี่ยวกับอิหร่าน เขาย้ำว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเลือกโจมตีหรือไม่ แต่ข้อตกลงใดๆ กับอิหร่านต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ เท่านั้น อิหร่านอาจต้องการทำข้อตกลง แต่ต้องมีสาระและความหมายจริง ทรัมป์ยืนยันว่าต้องการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี แต่ยอมรับว่าอิหร่านเจรจายากลำบาก

ก่อนหน้านั้น ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ไม่พอใจกับความคืบหน้าการเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน แต่ยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายเรื่องปฏิบัติการทหาร เขาอยากหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง แต่บางครั้งอาจจำเป็น สถานการณ์นี้สะท้อนถึงนโยบาย “แรงกดดันสูงสุด” ของทรัมป์ต่ออิหร่านตั้งแต่สมัยแรก

ทรัมป์ชี้สหรัฐฯ ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เรื่องอิหร่าน: พื้นหลังความขัดแย้ง

ความตึงเครียดนี้มีรากเหง้าจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ที่ทรัมป์ถอนตัวในปี 2018 ทำให้อิหร่านเร่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียม สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรและสังหารนายพลโซไลมานีในปี 2020 ล่าสุด การเจรจาที่เวียนนากำลังหยุดชะงัก โดยมีกำหนดรอบใหม่ในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม

การเสริมกำลังทหารสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง

รัฐบาลทรัมป์ได้เพิ่มกำลังทหารอย่างเข้มข้น โดยส่งฝูงบินขับไล่เพิ่ม และจัดวางเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี 2 ลำ USS Gerald R. Ford เดินทางถึงนอกชายฝั่งอิสราเอล สมทบ USS Abraham Lincoln ในทะเลอาหรับตั้งแต่ปลายมกราคม การเคลื่อนไหวนี้ออกแบบเพื่อกดดันอิหร่านและปกป้องผลประโยชน์สหรัฐฯ กับพันธมิตร

  • เพิ่มฝูงบินขับไล่ B-52 และ F-35 ในภูมิภาค
  • เรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ พร้อมกองเรือรบ
  • ฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลางได้รับการเตรียมพร้อม
  • ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD และ Patriot ได้รับเสริม

คำขู่ตอบโต้จากอิหร่าน

อิหร่านเตือนชัด หากสหรัฐฯ โจมตี จะตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ทุกแห่งในตะวันออกกลาง รวมถึงโจมตีเรือรบและผลประโยชน์พันธมิตรอย่างอิสราเอล ซาอุฯ อิหร่านมีขีปนาวุธนำวิถีและโดรนจำนวนมาก พร้อมกองกำลังตัวแทนอย่างฮูธีและฮิซบอลเลาะห์

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า ทรัมป์ชี้สหรัฐฯ ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เรื่องอิหร่าน อาจนำไปสู่จุดเปลี่ยน หากเจรจาล้มเหลว สงครามอาจปะทุ ส่งผลกระทบราคาน้ำมันโลก พุ่งสูงขึ้น 20-30% เศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า

ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านเคยนำไปสู่ “สงครามน้ำมัน” ในปี 1980 สหรัฐฯ อาจใช้กลยุทธ์ “ตีแล้วถอย” โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ แต่เสี่ยงยืดเยื้อ พันธมิตรนาโต้และอิสราเอลสนับสนุน แต่จีน-รัสเซียคัดค้าน

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นโอกาสให้อิหร่านยอมเจรจาแบบจริงจัง หากทรัมป์กดดันต่อเนื่อง ข้อตกลงใหม่ที่เข้มงวดกว่าอาจเกิดขึ้น แต่หากผิดพลาด อาจจุดชนวนสงครามใหญ่

คุณคิดว่าสหรัฐฯ ควรใช้นโยบายใด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ!

ที่มา – ทรัมป์ชี้สหรัฐฯ ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เรื่องอิหร่าน ไม่ปิดทางเลือกใช้กำลัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *