ทรัมป์ขู่ระดมกำลังที่เมืองบัลติมอร์ ลดอาชญากรรม?
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ที่จะระดมกำลังทหารเพิ่มเติมไปยังเมืองบัลติมอร์ของรัฐแมริแลนด์ เพื่อตอบโต้เวส มัวร์ ผู้ว่าการรัฐแมริแลนด์ ที่ออกมาวิจารณ์เรื่องการส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พร้อมทั้งท้าให้ทรัมป์มาเยือนรัฐของตัวเองและร่วมพูดคุยเรื่องความปลอดภัยในเมือง

ทรัมป์ระบุผ่านทรูธโซเชียลว่า “สถิติอาชญากรรมของเวส มัวร์ นั้นแย่มาก เว้นแต่เขาจะปลอมแปลงตัวเลขเหมือนที่รัฐสีน้ำเงิน (ของพรรคเดโมแครต) จำนวนมากทำกัน … หากเวส มัวร์ ต้องการความช่วยเหลือ เหมือนกับที่กาวิน นิวซัม ต้องการที่แอลเอ ผมจะส่งกองกำลัง ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้ ๆ ที่ดี.ซี. เข้าไปจัดการอาชญากรรมให้หมดไปอย่างรวดเร็ว”
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวของทรัมป์เป็นการตอบโต้ข้อเสนอของผู้ว่าการรัฐแมริแลนด์ที่ให้ทรัมป์ “ลองมาเดินตามถนนในรัฐแมริแลนด์” และพูดคุยเรื่องความปลอดภัยในเมือง ซึ่งทรัมป์มองว่าข้อเสนอนี้มี “น้ำเสียงที่น่ารังเกียจและยั่วยุ”
มัวร์ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ ว่า “เหตุผลที่ผมขอให้ประธานาธิบดีมาเข้าร่วมกับพวกเราก็เพราะดูเหมือนว่าเขากำลังใช้ชีวิตอยู่ในความไม่รู้แบบสุขสบายเหล่านี้ พร้อมกับวาทกรรมและกลยุทธ์สร้างความหวาดกลัวแบบยุค 1980 … ในขณะที่ท่านประธานาธิบดีใช้เวลาจากห้องทำงานรูปไข่โจมตีและเสียดสีพวกเรา มีผู้คนจำนวนมากที่กำลังทำงานอย่างหนักในภาคสนามและรู้ว่าการสนับสนุนแบบไหนที่จะช่วยลดอาชญากรรมได้อย่างแท้จริง แต่เรื่องนี้กลับไม่เป็นที่รับฟังสำหรับประธานาธิบดีของสหรัฐฯ”
สำนักงานตำรวจบัลติมอร์ระบุว่า อัตราการฆาตกรรมในเมืองบัลติมอร์ลดลง 22% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวกับนักข่าว ณ ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ (22 ส.ค.) ว่า ชิคาโกอาจเป็นเมืองต่อไปที่รัฐบาลกลางจะมุ่งเป้าในการปราบปรามอาชญากรรม หลังจากที่ได้ดำเนินการในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มาหลายวัน โดยได้กล่าวถึงนิวยอร์กและชิคาโกว่าเป็นเมืองที่เขาต้องการให้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าไปช่วยจัดการกับอาชญากรรม
ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ได้ประกาศว่าจะส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิไปช่วยเหลือในการฟื้นฟูกฎหมายและความสงบเรียบร้อย รวมถึงความปลอดภัยสาธารณะในกรุงดี.ซี. และเขายังได้อ้างถึงชิคาโก ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก บัลติมอร์ และโอ๊คแลนด์ว่าเป็นเมืองที่มีปัญหา ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นเมืองที่บริหารโดยพรรคเดโมแครต
ทรัมป์ขู่ระดมกำลังที่เมืองบัลติมอร์
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองบัลติมอร์เป็นประเด็นที่น่าจับตามอง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติและการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาขู่ที่จะใช้กำลังทหาร อาจเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อการบริหารงานของผู้ว่าการรัฐแมริแลนด์ แต่ก็อาจเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการสร้างความนิยมให้กับตนเองได้เช่นกัน
การระดมกำลังที่เมืองบัลติมอร์: จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?
คำถามที่ตามมาคือ หากทรัมป์ตัดสินใจส่งกองกำลังทหารเข้าไปในเมืองบัลติมอร์จริง จะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง? จะสามารถลดอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่? และจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นอย่างไร?
การตัดสินใจของทรัมป์ในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในสหรัฐอเมริกา
การที่ทรัมป์กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการ ทรัมป์ขู่ระดมกำลังที่เมืองบัลติมอร์ นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเขาในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม แต่ก็ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับวิธีการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมา
สิ่งที่น่าสนใจคือ สถิติอาชญากรรมในบัลติมอร์ที่ลดลง 22% ในปี 2568 อาจขัดแย้งกับภาพลักษณ์ที่ทรัมป์พยายามสร้างขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงแรงจูงใจที่แท้จริงในการ ทรัมป์ขู่ระดมกำลังที่เมืองบัลติมอร์ ครั้งนี้
ดังนั้น การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่แท้จริงของการ ทรัมป์ขู่ระดมกำลังที่เมืองบัลติมอร์ ต่อเมืองบัลติมอร์และสหรัฐอเมริกาโดยรวม
ที่มา – ทรัมป์ขู่ระดมกำลังที่เมืองบัลติมอร์ หลังปะทะคารมกับผู้ว่าการรัฐแมริแลนด์