ทภ.1 ยึดคืน 3 พื้นที่สระแก้ว ทหารเจ็บ พระมรณภาพ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในจังหวัดสระแก้วยังคงตึงเครียด กองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) รายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า สามารถทภ.1 ยึดคืนได้แล้ว 3 พื้นที่ จ.สระแก้ว และควบคุมได้อีก 1 หมู่บ้าน หลังจากการปะทะกับฝ่ายกัมพูชา อย่างไรก็ตาม มีทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และมีพระสงฆ์มรณภาพจากอาการตกใจเสียงปืนใหญ่ เหตุการณ์นี้สร้างความเสียใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

จากรายงานของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 พบว่าฝ่ายกัมพูชาได้มีการเพิ่มกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และอาวุธหนักเข้ามาประชิดชายแดนไทย ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น

เวลา 13.40 น. กองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) ตรวจพบว่ามีกระสุนปืนเล็กยิงมาจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ทำให้กองกำลังบูรพาต้องตอบโต้ตามกฎการใช้กำลังเพื่อปกป้องอธิปไตยและชีวิตของประชาชนชาวไทย

เพื่อเป็นการตอบโต้และยึดคืนอธิปไตยของไทย เวลา 14.20 น. กองกำลังบูรพาได้ดำเนินกลยุทธ์ทางทหารเข้ายึดคืนพื้นที่ 3 แห่ง ได้แก่ บ้านหนองจาน, บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง และบ้านคลองแผง อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถทำลายที่มั่นดัดแปลงของฝ่ายกัมพูชาได้บางส่วน

เวลา 17.00 น. หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 สามารถยึดและควบคุมพื้นที่บริเวณบ้านไปรจัน ตรงข้ามบ้านหนองหญ้าแก้วได้สำเร็จ กองทัพยืนยันว่าในการปฏิบัติการครั้งนี้ไม่มีการใช้จรวดหลายลำกล้อง (BM-21) จากฝั่งกัมพูชา

จากเหตุการณ์ทภ.1 ยึดคืนได้แล้ว 3 พื้นที่ จ.สระแก้ว ทำให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย จากอาวุธยิงสนับสนุนของกัมพูชา ได้แก่

  1. ส.อ.นพชัย คลังแสง สังกัด ร.112 ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณปาก และมีอาการแน่นหน้าอกจากแรงระเบิด เหตุเกิดในพื้นที่อำเภอตาพระยา ปัจจุบันอาการปลอดภัย
  2. ส.อ.ธีรวัฒน์ วงด้วง สังกัด ช.พัน.2 ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ ไม่มีบาดแผลตามร่างกาย เหตุเกิดในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง ปัจจุบันอาการปลอดภัย
  3. จ.ส.อ.สิรวิชญ์ อะมะมูล สังกัด ช.พัน.2 ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด บริเวณสะโพก เหตุเกิดในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง ปัจจุบันอาการปลอดภัย

ประชาชนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ได้อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 แห่ง โดยมีจำนวนผู้อพยพรวมทั้งสิ้น 9,630 คน ได้แก่ ศูนย์พักพิงชั่วคราวอำเภอตาพระยา 2,297 คน, ศูนย์พักพิงชั่วคราวอำเภอโคกสูง 1,627 คน, ศูนย์พักพิงชั่วคราวอำเภออรัญประเทศ 2,017 คน, ศูนย์พักพิงชั่วคราวอำเภอคลองหาด 810 คน และศูนย์พักพิงชั่วคราวอื่นๆ 2,879 คน

ในระหว่างการปฏิบัติการทางทหาร มีรายงานว่า พระสงฆ์อายุ 82 ปี จากวัดเนินสมบูรณ์ อำเภอตาพระยา มรณภาพด้วยอาการหัวใจล้มเหลว เนื่องจากตกใจเสียงปืนใหญ่ แม้จะนำส่งโรงพยาบาลตาพระยาแล้วก็ตาม

พลโท วรยส เหลือสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 (ผบ.ศปก.ทภ.1) ได้ติดตามสถานการณ์และบัญชาการอยู่ในพื้นที่ร่วมกับ พลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา (ผบ.กกล.บูรพา) ยืนยันว่ากำลังพลทุกนายมีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลัง และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างดีที่สุด

ทภ.1 ยึดคืนได้แล้ว 3 พื้นที่ จ.สระแก้ว

สถานการณ์ล่าสุดนี้แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และความสำคัญของการรักษาอธิปไตยของชาติ กองทัพไทยยังคงเฝ้าระวังและพร้อมตอบโต้หากถูกคุกคาม

ผลกระทบจากเหตุการณ์ ทภ.1 ยึดคืนได้แล้ว 3 พื้นที่ จ.สระแก้ว

ผลกระทบหลักๆ จากสถานการณ์นี้คือความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน การอพยพออกจากบ้านเรือน การสูญเสียชีวิต และความเสียหายต่อทรัพย์สิน นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้นได้

จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางออกอย่างสันติ ลดความตึงเครียด และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

การทภ.1 ยึดคืนได้แล้ว 3 พื้นที่ จ.สระแก้ว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพในการปกป้องอธิปไตย แต่ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นด้วย การเจรจาและการทูตจึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืน

ที่มา – ทภ.1 ยึดคืนได้แล้ว 3 พื้นที่ จ.สระแก้ว ควบคุมได้อีก 1 หมู่บ้าน ทหารเจ็บ 3 นาย พระมรณภาพ ตกใจเสียงปืนใหญ่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *