ทภ.1 ตรึงกำลัง หนองหญ้าแก้ว เขมรพยายามยึดคืน
ทภ.1 ตรึงกำลัง หนองหญ้าแก้ว เขมรพยายามยึดคืน ส่วน “คลองแผง-หนองจาน” ฝ่ายตรงข้ามระดมยิงหนัก โดรนพลีชีพโผล่ เผยทำลายคลังอาวุธสำเร็จ คนไทยติดค้างปอยเปตยังกลับไม่ได้
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 12 ธ.ค.68 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สระแก้ว กกล.บูรพา ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ในปัจจุบัน เป็นวันที่ 5 โดยมีการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้
พื้นที่ที่สามารถยึดครองได้แล้ว ได้แก่ พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง โดยวางกำลังตั้งรับตามแนวอ้างสิทธิ์ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาพยายามต่อต้านด้วยการระดมยิงต่อฝ่ายเรา ด้วยอาวุธยิง BM-21, ปืนใหญ่, เครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง และโดรนทิ้งระเบิด ซึ่งปรากฏเป็นครั้งแรกในพื้นที่
พื้นที่ที่อยู่ระหว่างดำเนินกลยุทธ์ เพื่อยึดพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา และ พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ต่อต้านด้วยการระดมยิงต่อฝ่ายเรา ด้วยอาวุธยิง BM-21, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นพื้นที่โล่งแจ้ง จึงมีความยากลำบากในการปฏิบัติการ ทั้งนี้ ฝ่ายเราสามารถทำลายคลังเก็บยุทโธปกรณ์ บริเวณบ้านโจกเจย ด้านตรงข้ามบ้านหนองจานได้
พื้นที่วางกำลังคุ้มครองและตรึงกำลัง ได้แก่ พื้นที่บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ และพื้นที่บ้านเขาดิน อ.คลองหาด โดยพื้นที่บ้านคลองลึก บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ ฝ่ายไทยได้เตรียมการเปิดด่านเพื่อรับคนไทยจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชากลับประเทศ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรับตัวและคัดกรองตามขั้นตอน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างประสานกับฝ่ายกัมพูชา แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองในการปล่อยตัวเป็นวันที่ 2
สำหรับกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยวันนี้ ได้รับรายงานได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม 10 นาย และเสียชีวิต 1 นาย (ร่วมปฏิบัติภารกิจแต่เสียชีวิตจากอาการเจ็บป่วย ณ รพ.พระมงกุฏเกล้า)
สรุปยอดกำลังพลได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตั้งแต่ 8 ธ.ค.68 – ปัจจุบัน บาดเจ็บ 44 นาย เสียชีวิต 3 นาย (เฉพาะพื้นที่ ทภ.1) สำหรับประชาชนในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ใน 4 อำเภอ ทางจังหวัดสระแก้วร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 พื้นที่ จำนวน 40 ศูนย์ รวม 21,500 คน
กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันว่าจะยืนหยัดปฏิบัติตามภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้ การปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินการภายใต้กฎการปะทะและสิทธิในการป้องกันตนเอง จนกว่าภัยคุกคามในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว จะยุติเพื่ออธิปไตยของไทยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ
ทภ.1 ตรึงกำลัง หนองหญ้าแก้ว เขมรพยายามยึดคืน
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ จ.สระแก้ว ที่กองทัพภาคที่ 1 ยังคง ทภ.1 ตรึงกำลัง หนองหญ้าแก้ว เขมรพยายามยึดคืน พื้นที่ดังกล่าวอยู่ นอกจากนี้ ยังมีรายงานการปะทะอย่างหนักในพื้นที่คลองแผงและหนองจาน ซึ่งฝ่ายตรงข้ามได้ระดมยิงอย่างต่อเนื่อง
ความพยายามในการยึดคืนพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วของฝ่ายกัมพูชาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้อาวุธหนัก เช่น BM-21, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิด รวมถึงการใช้โดรนทิ้งระเบิด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ปรากฏในพื้นที่นี้
สถานการณ์ล่าสุด: ทภ.1 ตรึงกำลัง หนองหญ้าแก้ว
สถานการณ์โดยรวมยังคงน่าเป็นห่วง แม้ว่ากองทัพไทยจะสามารถยึดครองพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วได้แล้ว แต่ก็ยังคงมีการปะทะอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายไทยยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน
นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าสนใจคือการใช้โดรนทิ้งระเบิดของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร และอาจส่งผลกระทบต่อยุทธวิธีการรบในอนาคต การรับมือกับภัยคุกคามจากโดรนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่กองทัพไทยต้องให้ความสำคัญ
สำหรับประชาชนที่ติดค้างอยู่ในปอยเปต ทางการไทยกำลังประสานงานกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อนำตัวกลับประเทศโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้
จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนโดยสันติวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียและผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองประเทศ การเจรจาและหาทางออกร่วมกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ กองทัพไทยจะยังคง ทภ.1 ตรึงกำลัง หนองหญ้าแก้ว เขมรพยายามยึดคืน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
สถานการณ์ชายแดนยังคงไม่แน่นอน และจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากมีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ตลอดเวลา
ที่มา – ทภ.1 ตรึงกำลัง หนองหญ้าแก้ว เขมรพยายามยึดคืน ส่วน “คลองแผง-หนองจาน” ถูกโจมตีหนัก