ทบ.ใช้กฎอัยการศึก! คนเขมรก่อกวนบ้านหนองจาน โทษหนัก
ทบ. กางกฏอัยการศึก ดำเนินคดีคนกัมพูชา ก่อความไม่สงบบ้านหนองจาน บุกรุกรื้อลวดหนามคุก 5 ปี ปรับ 1 แสน ฟันกฎหมายอาญา เจ้าหน้าที่คุมเข้มตั้งด่านตรวจ วันนี้ไร้เวที-รถเครื่องเสียง
เมื่อวันที่ 29 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ลงนามในประกาศกองกำลังบูรพา เรื่องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยใช้กฎอัยการศึกคุมพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยขีดเส้นถ.ศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ-ห้ามพกพาอาวุธ-ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ
บรรยากาศล่าสุดเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย โดยกลุ่มมวลชนในพื้นที่ที่เคยมาชุมนุม วันนี้บางตา และไม่มีเวทีปราศรัย ไม่มีรถเครื่องเสียง แต่ยังคงมีประชาชนจากนอกพื้นที่เดินทางเข้าไปที่บ้านหนองจาน ในลักษณะตั้งใจไปทำคอนเทนต์เพื่อลงโซเชียลทั้งการเช็กอินใน Facebook หรือถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อเผยแพร่ใน TikTok
ทั้งนี้ หลังใช้กฎการควบคุมพื้นที่ ได้มีการสับเปลี่ยนกำลังทหารจากปกติ มาเป็นสารวัตรทหาร ในการควบคุมบริเวณถนนศรีเพ็ญที่เคยเป็นจุดชุมนุม รวมถึงตั้งจุดตรวจของสารวัตรทหารและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเป็นระยะ เพื่อสอบถามและคัดกรองบุคคลที่ต้องการเดินทางเข้าไปในพื้นที่บริเวณบ้านหนองจานด้วย
ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.)พ.อ. ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองกำลังบูรพาได้ออกประกาศกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยในเขตบ้านหนองจาน ภายหลังปรากฏเหตุประชาชนจากฝั่งกัมพูชาลักลอบเข้ามาก่อความไม่สงบในเขตแดนไทย อันเป็นภัยต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
โดยเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย และรักษาอธิปไตยของชาติ กองกำลังบูรพา จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พศ. 2457 กำหนดมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย
1. กำหนดพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย
2. กำหนดถนนศรีเพ็ญ ในพื้นที่บ้านหนองจาน เป็นแนวรักษาความสงบเรียบร้อย
3. กำหนดมาตรการควบคุมเพื่อความปลอดภัยใน พื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย ดังนี้
3.1 ห้ามนำอาวุธหรือสิ่งเทียมอาวุธเข้ามาในพื้นที่
3.2 ห้ามปิดกั้นเส้นทางที่กระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่
3.3 ห้ามถ่ายภาพหรือบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับฐานปฏิบัติการทางทหาร
3.4 ห้ามก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือดื่มสุราและของมึนเมาในพื้นที่
3.5 ห้ามนำเครื่องขยายเสียงเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่
มาตรการดังกล่าวนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.2568 เป็นต้นไป เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความปลอดภัยสูงสุด และยืนยันชัดเจนต่อฝ่ายกัมพูชาว่า เขตแดนไทยเป็นพื้นที่อธิปไตยที่ไม่อาจถูกล่วงละเมิดได้
ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ กองกำลังบูรพาได้กำหนดแนวทางดำเนินคดีในกรณีที่มีชาวกัมพูชาละเมิดต่อมาตรการดังกล่าว ดังนี้
1. กรณีบุกรุกข้ามเขตแดนเข้ามาฝั่งไทย จะถูกดำเนินคดีตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
2. กรณีบุกรื้อลวดหนาม
– มีความผิดฐานทำลายทรัพย์สินราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
– หากมีการเอาทรัพย์ไปด้วย เช่น ขโมย ลวดหนาม จะมีความผิดฐานลักทรัพย์ของทางราชการ ตามมาตรา 335 (10)
– หากเข้าข่ายเป็นการกระทบต่อเอกราชของไทย อาจมีความผิดตามมาตรา 119 หรือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 119 ประกอบมาตรา 129 ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
– เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 หรือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 119 ประกอบ มาตรา 129 ฐานกระทำการใดๆ ที่ทำให้เอกราชของไทยเสียไป ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต
3. กรณีก่อเหตุทะเลาะวิวาทในพื้นที่ฝั่งไทย
– หากมีการทำร้ายร่างกาย, ฆ่าหรือพยายามฆ่า จะถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา และจะต้องรับโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายอาญาอย่างเคร่งครัด
กองกำลังบูรพา ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกท่านในการปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ในพื้นที่อธิปไตยของไทย หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่กองกำลังบูรพา อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว
ทบ.กางกฎอัยการศึก! คนเขมรก่อกวนบ้านหนองจาน โทษหนัก
สถานการณ์ล่าสุดที่บ้านหนองจานยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การบังคับใช้กฎอัยการศึก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน การดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ละเมิดกฎหมายเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
ผลกระทบของกฎอัยการศึกต่อคนเขมรก่อกวนบ้านหนองจาน
การใช้กฎอัยการศึก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่กระทำการอันเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวกัมพูชาที่ก่อเหตุในพื้นที่บ้านหนองจาน พวกเขาจะต้องเผชิญกับโทษทางกฎหมายที่รุนแรง ซึ่งเป็นผลมาจากการละเมิดกฎหมายไทย การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต และเพื่อเป็นการเตือนไปยังผู้ที่อาจคิดจะก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน
ความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงกฎอัยการศึก มีเป้าหมายหลักเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ การดำเนินการอย่างเด็ดขาดจะช่วยป้องปรามผู้ที่คิดร้าย และส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในการรักษาความสงบสุขของชาติ
ที่มา – ทบ.กางกฎอัยการศึก คนเขมรก่อกวนบ้านหนองจาน เจอโทษหนัก จนท.ตั้งด่านคุมเข้ม