ทบ. เตรียมใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง: เขมรละเมิด?

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด เมื่อกองทัพบก (ทบ.) ออกมาประกาศเตรียมใช้สิทธิ์ในการป้องกันตนเอง หลังถูกบีบบังคับจากพฤติกรรมที่ฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อาวุธร้ายแรงอย่างทุ่นระเบิดซ่อนเร้น

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้แถลงถึงเหตุการณ์ที่ ส.อ.ธีรพล เพียขันที สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2610 ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามแนวชายแดน บริเวณใกล้กับปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ เหตุการณ์นี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและการไม่เคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศของฝ่ายกัมพูชา

การวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา ซึ่งห้ามการใช้และวางทุ่นระเบิดดังกล่าวอย่างเด็ดขาด การกระทำนี้ไม่เพียงแต่เป็นการลอบโจมตีที่มุ่งเป้าหมายไปยังกำลังพลของไทยโดยตรง แต่ยังเกิดขึ้นในเขตแดนของประเทศไทยเอง ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างชัดเจน

โฆษกกองทัพบกยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาร้ายและพฤติกรรมต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชาในการคุกคามและละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนไทย การกระทำเหล่านี้สวนทางกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างประเทศที่ทำไว้ในการประชุม GBC ที่ผ่านมา และเป็นการยืนยันว่าการใช้อาวุธโดยฝ่ายกัมพูชายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่มีข้อตกลงหยุดยิงก็ตาม

“ยอมรับว่าพฤติกรรมและการกระทำลักษณะเช่นนี้ ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการในมาตรการหยุดยิงอย่างแน่นอน รวมถึงเป็นท่าทีที่ชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชาต้องการจะคุกคามฝ่ายไทย ด้วยการใช้อาวุธทางทหารในรูปแบบซ้อนเร้นไม่เปิดเผย ทำให้เชื่อได้ว่ากัมพูชายังคงดำรงความมุ่งหมายที่จะทำร้ายฝ่ายไทย ด้วยรูปแบบลอบทำร้ายอยู่เช่นนี้ตลอดเวลา ถึงแม้ว่า ณ ช่วงเวลานี้จะอยู่ในช่วงการตกลงที่จะหยุดยิง ซึ่งต้องไม่มีการใช้อาวุธต่อกันในทุกรูปแบบ” พล.ต.วินธัย กล่าว

ทบ. เตรียมใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง

นอกจากนี้ พล.ต.วินธัย ยังกล่าวถึงการที่กัมพูชาไม่ยอมรับข้อเสนอของไทยในเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจากการประชุม GBC ที่ผ่านมา ซึ่งยิ่งทำให้เชื่อได้ว่าการวางทุ่นระเบิดเหล่านี้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อใช้ในการคุกคามและทำร้ายฝ่ายไทยโดยเฉพาะ

ท่าทีของกองทัพบกต่อการละเมิด: ทบ. เตรียมใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง

ที่ผ่านมา กองทัพบกได้ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีมาโดยตลอด และไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นความรุนแรงก่อน อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์บีบบังคับจนเกินไป ก็อาจจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ในการป้องกันตนเอง ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่ทำให้ฝ่ายไทยต้องสูญเสียกำลังพลอย่างต่อเนื่อง จากการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและการรุกล้ำอธิปไตยของทหารกัมพูชา

การที่ ทบ. เตรียมใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง นั้นแสดงให้เห็นถึงความอดทนอดกลั้นของกองทัพไทยที่ใกล้ถึงขีดสุด การกระทำของกัมพูชาที่ละเมิดข้อตกลงและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ชายแดนมีความเปราะบางและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น

สถานการณ์เช่นนี้ จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยอาศัยกลไกทางการทูตและการเจรจา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ และเคารพซึ่งกันและกัน การที่ ทบ. เตรียมใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่าความอดทนมีขีดจำกัด และการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีคือทางออกที่ดีที่สุด

ดังนั้น การที่ ทบ. เตรียมใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด และหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง และสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดน

การตัดสินใจขั้นต่อไปของกองทัพบกจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทย

ที่มา – ทบ.เตรียมใช้สิทธิ์ป้องกันตัวเอง หลังถูกบีบบังคับ เขมรละเมิดใช้อาวุธซ่อนเร้น วางทุ่นระเบิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *