ทนายเพชรแจง บุ๋ม ปนัดดา รอ ตร.อยู่บ้าน

ทนายเพชรแจง บุ๋ม ปนัดดา รอ ตร.อยู่บ้าน หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับหมายจับและประเด็นการดำเนินงานของมูลนิธิ โดยทนายความยืนยันว่า บุ๋ม ปนัดดา พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย

ทนายเพชรแจง บุ๋ม ปนัดดา รอ ตร.อยู่บ้าน

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 69 บุ๋ม ปนัดดา หรือ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พร้อมด้วย นายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์ ทนายความส่วนตัว ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ติดตามสถานการณ์อยู่บริเวณหน้าหมู่บ้าน โดยบุ๋มเปิดเผยว่า ขณะนี้มีความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความกังวล ความเสียใจ และความห่วงใยสมาชิกในครอบครัว แต่พยายามเตรียมความพร้อมด้านจิตใจเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

บุ๋มระบุว่า ได้ฝากลูกทั้งสองคนซึ่งยังเล็กมากไว้กับคุณยาย เนื่องจากตนเองเป็นเสาหลักของครอบครัว นอกจากลูกแล้ว ยังเป็นห่วงคุณแม่วัย 76 ปี รวมถึงน้องอันดาและคนใกล้ชิด สิ่งที่กังวลที่สุดคือการดูแลครอบครัวหลังจากนี้ อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามขั้นตอน

ทนายเพชรแจง บุ๋ม ปนัดดา รอ ตร.อยู่บ้าน เพื่อความชัดเจนตามกฎหมาย

นายเอกสิทธิ์อธิบายถึงเหตุผลที่บุ๋มเลือกอยู่ที่บ้านว่า ขณะนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีการออกหมายจับแล้วหรือไม่ หากเดินทางออกจากบ้านแล้วถูกจับกุมระหว่างทาง อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าเป็นการหลบหนี ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อรูปคดี ดังนั้นจึงสื่อสารอย่างต่อเนื่องว่าจะรอเจ้าหน้าที่อยู่ที่บ้าน และพร้อมปฏิบัติตามกระบวนการทุกอย่าง

ทนายความยังย้ำว่า การแสดงตัวอย่างต่อเนื่องและการแสดงเจตนาที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาที่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย ส่วนการประกันตัวจะได้รับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลและข้อเท็จจริงในสำนวน ทั้งนี้ บุ๋มพร้อมใช้สิทธิในการขอประกันตัวและพร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด

ประเด็นการรับผิดและคำชี้แจงของทนายความ

ก่อนหน้านี้มีการพูดถึงคำว่า รับผิดคนเดียว ซึ่งทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยว่าหมายถึงการยอมรับความผิดทั้งหมดหรือไม่ ทนายความชี้แจงว่า คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นจากความต้องการปกป้องคณะกรรมการมูลนิธิที่อาจอยู่ในสถานการณ์ลำบากใจ ไม่ได้หมายความว่าบุ๋มปฏิเสธความรับผิดตั้งแต่แรก

ทนายความอธิบายเพิ่มเติมว่า คำว่าผิดอาจมีหลายลักษณะ เช่น ผิดระเบียบ ผิดข้อบังคับ หรือมีหน้าที่ต้องชดใช้เงินคืนให้มูลนิธิ ซึ่งในส่วนที่ต้องรับผิดนั้น บุ๋มยอมรับว่ามีประเด็นที่ต้องพิจารณาและชี้แจง อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือไม่นั้น ต้องอาศัยข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

  • การรับผิดทางระเบียบหรือข้อบังคับ อาจแตกต่างจากความผิดทางอาญา
  • การพิจารณาคดีต้องอาศัยพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงรอบด้าน
  • ผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิชี้แจงและต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม
  • ผลคดีสุดท้ายต้องรอการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่และศาล

สำหรับประเด็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์หรือฉ้อโกง ทนายความระบุว่ายังต้องแยกแยะรายละเอียดให้ชัดเจน การยอมรับว่ามีส่วนที่ต้องรับผิด ไม่ได้หมายความว่าเป็นการยอมรับความผิดทางอาญาทุกข้อกล่าวหา โดยทุกฝ่ายควรพิจารณาข้อมูลจากเอกสารทางการและกระบวนการสอบสวน ไม่ควรตัดสินจากกระแสข่าวเพียงด้านเดียว

เส้นทางการเงินต้องตรวจสอบจากข้อเท็จจริง

อีกประเด็นสำคัญคือเส้นทางการเงิน ซึ่งทนายความยอมรับว่าเป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ตำรวจสามารถตรวจสอบได้ การทำธุรกรรมต่าง ๆ ย่อมมีเอกสารหรือข้อมูลประกอบ และไม่สามารถแก้ไขข้อเท็จจริงได้ด้วยการสื่อสารเพียงอย่างเดียว ทนายความจึงแนะนำให้บุ๋มให้ข้อมูลตามความเป็นจริงแก่พนักงานสอบสวน

การตรวจสอบเส้นทางการเงินควรพิจารณาทั้งรายการรับ รายการจ่าย วัตถุประสงค์ของการใช้เงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อมูลส่วนใดไม่ชัดเจน ก็ต้องนำมาชี้แจงตามลำดับ การเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกันมากขึ้น และลดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นจากการเผยแพร่ข้อมูลบางส่วน

บุ๋มยืนยันการตั้งมูลนิธิไม่ใช่ก้าวพลาด

เมื่อถูกถามว่าการตั้งมูลนิธิเป็นความผิดพลาดตั้งแต่แรกหรือไม่ บุ๋มตอบว่าไม่ใช่ พร้อมยืนยันว่าเจตนาในวันแรกคือการช่วยเหลือสังคมและทำประโยชน์ให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ด้านทนายความกล่าวว่า ในช่วงเริ่มต้นอาจมีเจตนาดี แต่หลังจากนั้นเกิดเหตุการณ์หรือการบริหารจัดการอย่างไร ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดอีกมาก

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การตั้งมูลนิธิเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การบริหารงาน การจัดทำบัญชี การใช้เงิน และการปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทุกองค์กรที่รับเงินบริจาคควรมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจน มีเอกสารครบถ้วน และสื่อสารกับผู้สนับสนุนอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

คำขอโทษและกำลังใจจากครอบครัว

บุ๋มกล่าวขอโทษต่อสังคม คณะกรรมการมูลนิธิ รวมถึงผู้ที่รักและเชื่อมั่นในตัวเธอ โดยยืนยันว่า หากมีสิ่งใดผิดก็พร้อมให้เป็นไปตามความผิดและข้อเท็จจริง ส่วนกรณีบุคคลใกล้ชิดทยอยเข้าแจ้งความดำเนินคดี บุ๋มระบุว่าเป็นสิทธิของแต่ละคน และขอให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย

ในช่วงเวลาที่กดดัน บุ๋มยังได้รับกำลังใจจากลูกสาวและคนในครอบครัว เธอฝากขอบคุณคนที่ยังเข้าใจและไม่ซ้ำเติม พร้อมขอให้สังคมติดตามข้อมูลอย่างรอบคอบ ข่าวนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบและดำเนินคดี จึงควรแยกแยะระหว่างข้อกล่าวหา คำชี้แจง และข้อเท็จจริงที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด

มุมมองต่อข่าว: เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าการทำงานเพื่อสังคมควรมาพร้อมระบบบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรได้รับความเป็นธรรม การติดตามข่าวจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเคารพกระบวนการยุติธรรม คือสิ่งที่สังคมควรให้ความสำคัญ

ที่มา – ทนายเพชร แจง คำว่ารับขอรับผิดคนเดียวของ บุ๋ม ปนัดดา ยันรอ ตร.อยู่บ้าน บุ๋ม ลั่นไม่ใช่ก้าวพลาดเรื่องตั้งมูลนิธิ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *