ด่วน! ทักษิณ ไม่รอด **สั่งจำคุก 1 ปี คดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ**
สถานการณ์ล่าสุด! ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี แก่ นายทักษิณ ชินวัตร ในคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความสนใจให้กับประชาชนอย่างกว้างขวาง
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดหมายเลขดำที่ บค. 1/2568 เรื่องการบังคับโทษจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม.4 หมายเลขแดงที่ อม.10 /2552, คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551
คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านสรุปคำพิพากษาใน 3 คดี ต่อหน้านายทักษิณ ชินวัตร รวมแล้ว จำคุก 3 คดี เป็นระยะเวลา 8 ปี หลังจากนั้นได้มีการออกหมายขัง และให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มารับตัว เพื่อส่งไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร
แต่ในคืนเดียวกัน นายทักษิณ เกิดอาการป่วยและถูกนำตัวส่งที่ห้องพักชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ และไม่ได้กลับไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อีกเลย หลังจากได้รับพระราชทานอภัยลดโทษจำคุกเหลือ 1 ปี และต่อมาได้รับการพักโทษตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 เพื่อขอให้ศาลไต่สวนกรณีที่กรมราชทัณฑ์อนุญาตให้นายทักษิณ เข้ารับการรักษายังห้องพักชั้น 14 ที่โรงพยาบาลตำรวจ
นายชาญชัยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 89, 89/2(1) (2) และมาตรา 246 และไม่อาจอ้างกฎกระทรวง เรื่องการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ. 2563 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 55 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 เพราะขัดต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ศาลฎีกาฯ ได้นัดฟังคำสั่งคำร้องของนายชาญชัยในวันที่ 30 เมษายน ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งยกคำร้อง เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้เป็นคู่ความและผู้เสียหายของคดีนี้ โดยศาลฎีกาฯ จะเป็นผู้ไต่สวนเอง ก่อนนัดไต่สวนผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษคนปัจจุบัน นายมานพ ชมชื่น ในวันที่ 13 มิถุนายน เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของขั้นตอนการส่งตัวผู้ป่วยไปรักษานอกเรือนจำ ก่อนออกหมายเรียกพยานมาไต่สวนหลังจากนั้นทั้งหมด 20 ปาก
หลังจากที่ศาลฎีกาฯ ไต่สวนพยานทุกปากเสร็จสิ้น ศาลได้นัดวันฟังคำสั่งบังคับโทษ นายทักษิณ ในคดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยออกหมายเรียก นายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษคนปัจจุบัน รวมถึงตัวนายทักษิณ เข้ามาฟังคำสั่งในวันนี้ (9 กันยายน)
ในวันนี้ (9 กันยายน) เวลา 09.30 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เดินทางมาถึงศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และสามี น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ และสามี รวมถึงนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ
นายวิญญัติ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า จะให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลฎีกาฯ อ่านคำสั่งเสร็จสิ้นแล้ว ก่อนจะเดินเข้าไปในอาคารศาลฎีกาทันที
ล่าสุด ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษนายทักษิณ ชินวัตร จำคุก 1 ปี นับตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากการรักษาตัวและการส่งตัวไม่ถูกต้องตามระเบียบราชทัณฑ์
ด่วน! ทักษิณ ไม่รอด ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี คดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ
เรื่องนี้เป็นที่จับตาของสังคมอย่างมาก และหลายฝ่ายกำลังวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากคำสั่งศาลฎีกาฯ ในครั้งนี้ การบังคับโทษจำคุก 1 ปีในคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ ถือเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปในอนาคต
ทำไมคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ ถึงเป็นประเด็นสำคัญ?
การที่นายทักษิณได้รับการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ แทนที่จะถูกควบคุมตัวในเรือนจำ ทำให้เกิดข้อสงสัยและความไม่พอใจในหมู่ประชาชนบางส่วน เนื่องจากมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ และไม่เป็นไปตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด การที่ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษในครั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์ และทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน
- การพิจารณาคดีนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
- คำสั่งศาลฎีกาฯ มีผลผูกพันทุกฝ่าย
- สังคมควรติดตามข่าวสารอย่างรอบด้านและวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ
การตัดสินใจของศาลฎีกาฯ ในคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความยุติธรรมและความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากภายนอกมากมาย แต่ศาลก็ยังคงยึดมั่นในหลักการและพิจารณาคดีอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับกระบวนการยุติธรรมของไทย
ที่มา – ด่วน! ทักษิณ ไม่รอด ศาลฎีกาฯ สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี คดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ