ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้เปิดเวทีถกความร่วมมือทวิภาคี ประเมินผลกระทบตะวันออกกลาง
ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้เปิดเวทีถกความร่วมมือทวิภาคี ประเมินผลกระทบตะวันออกกลาง
วันนี้ (14 มี.ค.) รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เตรียมจัดการหารือรอบที่ 10 ที่กรุงโตเกียว เพื่อกระชับความร่วมมือทวิภาคีและแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องความท้าทายเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ซึ่งส่งผลต่อตลาดพลังงานและค่าเงินทั่วโลก
ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้เปิดเวทีถกความร่วมมือทวิภาคี ประเมินผลกระทบตะวันออกกลาง
ในการประชุมครั้งนี้ ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น จะพบกับคู ยุน ชอล รองนายกฯ และรัฐมนตรีเศรษฐกิจ-การคลังเกาหลีใต้ เพื่อหารือประเด็นสำคัญ เช่น ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน ทั้งสองประเทศพึ่งพาน้ำมันจากภูมิภาคนี้สูงมาก ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังจะพูดถึงสถานการณ์ตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศ โดยเฉพาะค่าเงินเยนญี่ปุ่นและวอนเกาหลีใต้ที่อ่อนค่าลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ความผันผวนนี้มาจากความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันและนโยบายการเงินของธนาคารกลางใหญ่ๆ
ประวัติศาสตร์กรอบการหารือญี่ปุ่น-เกาหลีใต้
กรอบการประชุมนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2549 เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ แต่หยุดชะงักหลังปี 2559 เนื่องจากความสัมพันธ์ทวิภาคีตึงเครียดจากประเด็นประวัติศาสตร์สงครามและข้อพิพาทดินแดน จนกระทั่งปี 2566 จึงกลับมาจัดครั้งแรกในรอบ 7 ปี และฟื้นข้อตกลงแลกเปลี่ยนสกุลเงิน (currency swap) เพื่อช่วยเหลือกันในยามฉุกเฉิน
การกลับมาพบปะครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมโลกที่ซับซ้อน ทั้งสงครามการค้า สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน
ผลกระทบตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจเอเชีย
- ราคาน้ำมันพุ่ง: ความขัดแย้งทำให้ราคาน้ำมัน Brent และ WTI สูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนนำเข้าของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
- ค่าเงินผันผวน: เยนแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายสิบปี วอนก็อ่อนค่าตาม ส่งผลต่อการส่งออก
- ห่วงโซ่อุปทาน: อุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
ทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะหารือมาตรการรับมือ เช่น เพิ่มสต็อกน้ำมันสำรอง สนับสนุนการกระจายความเสี่ยงแหล่งนำเข้า และประสานนโยบายการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงิน
นอกจากประเด็นตะวันออกกลาง ยังจะแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจโลก เช่น การฟื้นตัวหลังโควิด อัตราเงินเฟ้อ และแนวโน้มดอกเบี้ยจาก Fed, ECB, BoJ และ BoK ซึ่งจะช่วยให้ทั้งสองประเทศเตรียมพร้อมรับมือความไม่แน่นอน
การประชุมนี้ไม่เพียงเสริมสร้างความไว้วางใจทวิภาคี แต่ยังเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การฟื้น currency swap ถือเป็นก้าวสำคัญในการป้องกันวิกฤตการเงิน หากสถานการณ์ตะวันออกกลางลุกลาม ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อาจต้องร่วมมือกับพันธมิตรอื่นๆ เช่น อาเซียน เพื่อลดความเสี่ยง
ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกและการลงทุนได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดและวิเคราะห์เชิงลึก
ที่มา – ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้เปิดเวทีถกความร่วมมือทวิภาคี ประเมินผลกระทบตะวันออกกลาง