ญี่ปุ่นเสี่ยงเผชิญภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร–อาหารดีดตัวสูงขึ้น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่น่าสนใจในโลกเศรษฐกิจญี่ปุ่นกันดีกว่า คุณเคยคิดมั้ยว่าการเลือกตั้งครั้งเดียวสามารถทำให้ราคาอาหารที่เรากินกันทุกวันแพงขึ้นได้? ใช่แล้วครับ ญี่ปุ่นเสี่ยงเผชิญภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร–อาหารดีดตัวสูงขึ้น จากการเลือกตั้งก่อนกำหนด ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์นี้ 8 ก.พ. ถ้ารัฐสภาไม่รีบผ่านร่างกฎหมายขยายภาษีชั่วคราว ทุกอย่างอาจพังทลาย!
ญี่ปุ่นเสี่ยงเผชิญภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร–อาหารดีดตัวสูงขึ้น จากการเลือกตั้งก่อนกำหนด
มาดูรายละเอียดกันเลยครับ ปกติญี่ปุ่นมีอัตราภาษีนำเข้าชั่วคราวสำหรับสินค้าเกษตรและอาหารกว่า 400 รายการ เพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทศและรักษาเสถียรภาพราคา แต่เจ้าภาษีพวกนี้กำลังจะหมดอายุปลายเดือนมี.ค. ถ้าการเลือกตั้งทำให้รัฐสภาล่าช้า ผู้นำเข้าต้องจ่ายภาษีเต็มพิกัด ส่งผลให้ราคาสินค้าพุ่งปรี๊ด!
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานว่ามีสินค้า 412 รายการที่ได้รับผลกระทบ โดยวางแผนขยายเวลาให้ 404 รายการไปอีก 1 ปี ตัวอย่างที่ชัดเจนเลยคือ เนื้อวัว จาก 38.5% พุ่งเป็น 50% ส่วน ชีส ที่ใช้ทำอาหาร จากเดิมไม่เสียภาษี กลายเป็น 35% โห ฟังแล้วขนลุกแทนผู้บริโภคเลยครับ ราคาสเต๊ก ชีสพรีเมียมในซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นคงได้ราคาใหม่แน่ๆ
ผลกระทบจากการเลือกตั้งญี่ปุ่นครั้งนี้
การเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ในรอบกว่า 30 ปี นับจากปี 2533 สมัยโทะชิกิ ไคฟุ ที่เคยผ่านกฎหมายได้ทันเวลา แต่คราวนี้สถานการณ์ตึงเครียด รัฐมนตรีเกษตร โนริคาซุ ซูซูกิ ถึงกับออกโรงเรียกร้อง “เราต้องผ่านร่างกฎหมายให้ได้ภายในปีงบประมาณ ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนก็ตาม” เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและผู้บริโภค
- เนื้อวัวและเนื้อสัตว์: ภาษีขึ้นสูง ส่งผลราคาเนื้อนำเข้าจากออสเตรเลียหรืออเมริกาแพงขึ้น
- ผลิตภัณฑ์นมอย่างชีส: จาก 0% เป็น 35% อาหารญี่ปุ่นที่ใช้ชีสอย่างพิซซ่าหรือพาสต้าจะแพง
- ผลไม้และผัก: หลายชนิดอาจกระทบ หากรวมใน 400 รายการ
- ธัญพืชและอาหารแปรรูป: รักษาเสถียรภาพอุปทานยากขึ้น
ทำไมญี่ปุ่นถึงต้องมีภาษีชั่วคราว?
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นำเข้าอาหารเกือบทั้งหมด เพราะพื้นที่น้อย เกษตรกรผลิตไม่พอเลี้ยงประชากร ภาษีชั่วคราวนี้ช่วยคุ้มครองรายได้เกษตรกรภายใน ลดการพึ่งพาต่างประเทศมากเกินไป แต่ถ้าภาษีหายไปจริงๆ เกษตรกรญี่ปุ่นเดือดร้อน แต่ผู้บริโภคก็เจ็บตัวเพราะราคาขึ้นตาม
นอกจากนี้ ยังกระทบตลาดโลกด้วยนะครับ ญี่ปุ่นเป็นตลาดใหญ่สำหรับสินค้าเกษตรไทย เช่น ข้าว ผลไม้ อาหารทะเล ถ้าภาษีขึ้น ผู้ส่งออกไทยอาจต้องปรับกลยุทธ์ หันไปตลาดอื่น หรือแข่งขันด้วยราคาต่ำลง เราในฐานะคนไทยที่ชอบสินค้าญี่ปุ่น ก็อาจเห็นราคาสินค้านำเข้าปรับขึ้นทางอ้อม
มาขยายความกันอีกหน่อยครับ ในอดีตปี 2533 รัฐบาลไคฟุเคยเร่งผ่านกฎหมายได้สำเร็จ แม้เลือกตั้งก.พ. เหมือนกัน สถานการณ์คล้ายๆ กันเลย คราวนี้รัฐบาลชินโซ อาเบะ? ไม่ ปี 69 แล้ว รัฐบาลปัจจุบันต้องพิสูจน์ฝีมือ ถ้าล่าช้า 412 รายการจะกลายเป็นระเบิดเวลาเศรษฐกิจอาหารญี่ปุ่น
เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ถ้าคุณเป็นคนญี่ปุ่น กำลังจะกินซูชิหรือราเม็ง แต่เนื้อหรือชีสแพงขึ้น 20-30% จะรู้สึกยังไง? มันแสดงให้เห็นว่าการเมืองส่งผลต่อชีวิตประจำวันขนาดไหน โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าสูงอย่างญี่ปุ่น
สรุปแล้ว ญี่ปุ่นเสี่ยงเผชิญภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร–อาหารดีดตัวสูงขึ้น จากการเลือกตั้งก่อนกำหนด จริงๆ ถ้าคุณสนใจเรื่องเศรษฐกิจการเมืองแบบนี้ ติดตามบล็อกเราไว้เลยนะครับ เราจะอัปเดตผลการเลือกตั้งและความคืบหน้าร่างกฎหมายให้ฟัง! หรือคุณมีความเห็นยังไง คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิ
ที่มา – ญี่ปุ่นเสี่ยงเผชิญภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร–อาหารดีดตัวสูงขึ้น จากการเลือกตั้งก่อนกำหนด