ญี่ปุ่นเผยCore CPI ส.ค. ขึ้น 2.7% จากอาหาร
ญี่ปุ่นเผย Core CPI เดือนส.ค. ปรับตัวขึ้น 2.7% จากราคาอาหาร กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนสิงหาคม ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาเจาะลึกรายละเอียดของข่าวนี้กันค่ะ

กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนสิงหาคม ปรับตัวขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนอาหารที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในปัจจุบัน
ดัชนี Core CPI ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสด มีการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม มีการปรับตัวขึ้น 3.1% สาเหตุหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนสิงหาคมลดลง คือ ราคาสินค้ากลุ่มพลังงานที่ปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของดัชนี Core-core CPI ซึ่งไม่รวมราคาทั้งพลังงานและอาหารสด พบว่ามีการปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือนสิงหาคม
จากรายงานพบว่า ราคาอาหารที่ไม่รวมอาหารสด ปรับตัวขึ้น 8.0% ซึ่งชะลอตัวลงเล็กน้อยจาก 8.3% ในเดือนกรกฎาคม ในขณะที่ราคาพลังงานลดลง 3.3% หลังจากที่ลดลง 0.3% ในเดือนก่อนหน้า
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ข้อมูล CPI ที่ออกมานี้ ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายของ BOJ ในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าคณะกรรมการ BOJ จะยังคงจุดยืนเดิม
ญี่ปุ่นเผย Core CPI เดือนส.ค. ปรับตัวขึ้น 2.7% จากราคาอาหาร
การประกาศตัวเลข ญี่ปุ่นเผย Core CPI เดือนส.ค. ปรับตัวขึ้น 2.7% จากราคาอาหาร สร้างความสนใจให้กับนักวิเคราะห์และผู้เกี่ยวข้องในตลาดการเงินเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่ แม้ว่าราคาพลังงานจะลดลงก็ตาม
ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Core CPI ของญี่ปุ่น
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อดัชนี Core CPI ของญี่ปุ่นในครั้งนี้ คือ ราคาอาหารที่ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอัตราการเพิ่มขึ้นจะชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเป็นแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน นอกจากนี้ ราคาสินค้าอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
ในขณะที่ราคาพลังงานมีการปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลในการควบคุมราคาพลังงาน แต่ผลกระทบจากราคาอาหารที่สูงขึ้นยังคงมีมากกว่า
ญี่ปุ่นเผย Core CPI เดือนส.ค. ปรับตัวขึ้น 2.7% จากราคาอาหาร เป็นข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนและผู้ประกอบการควรนำไปพิจารณาในการวางแผนธุรกิจและการลงทุน เนื่องจากมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ
การที่อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายของ BOJ อาจทำให้ BOJ ต้องพิจารณาปรับนโยบายทางการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยและค่าเงินเยนได้
การติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อในญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจญี่ปุ่น
ถึงแม้ว่าราคาพลังงานจะลดลง แต่ราคาอาหารที่ยังคงสูงอยู่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลและ BOJ ควรพิจารณามาตรการที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ที่มา – ญี่ปุ่นเผย Core CPI เดือนส.ค. ปรับตัวขึ้น 2.7% จากราคาอาหาร